⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 441/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ถือเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. 2499 มาตรา 22 ประกอบกับพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานที่นำสืบฟังได้ว่า จำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์ได้รับอันตรายเป็นบาดแผลนั้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22 พระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานางจำลอง รองแพ่ง ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ลงโทษจำคุก 6 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าลักษณะของบาดแผลของโจทก์ร่วมเกิดจากถูกของมีคม ทั้งความลึกของบาดแผลมีมากกว่าความยาว บาดแผลน่าจะเกิดจากถูกแทงมากกว่าถูกฟัน กรณีจึงเป็นที่น่าสงสัยว่าจำเลยใช้มีดเหน็บพันถูกบริเวณขาโจทก์ร่วมดังฟ้องหรือไม่ และเห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นคุณแก่จำเลยพิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ประกอบกับพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดพ.ศ. 2520 มาตรา 3 โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบฟังได้ว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธทำร้ายร่างกายโจทก์ได้รับอันตรายแก่กายเป็นบาดแผล เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงให้ตามอุทธรณ์ของโจทก์ แล้วพิพากษากลับให้จำคุกจำเลยจึงเป็นการมิชอบและต้องถือว่าข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สิงห์บุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง จำลอง รอง แพ่ง โจทก์ นาย บรรพ ตหรือเยาว์หรือพเยาว์ ไม้ คัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สิงห์บุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง จำลอง รอง แพ่ง · จำเลย - นาย บรรพ ตหรือเยาว์หรือพเยาว์ ไม้ คัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สังเวียน รัตนมุง · ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 505/2480ฎีกา 3469/2547ฎีกา 3172/2526ฎีกา 1867/2531ฎีกา 2302/2535ฎีกา 1336/2553ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 333/2527ฎีกา 2716/2535ฎีกา 444/2537ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1622/2513ฎีกา 1167/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 852/2464ฎีกา 462/2536ฎีกา 5838/2541ฎีกา 1342/2530ฎีกา 942/2532ฎีกา 182/2532ฎีกา 334/2521ฎีกา 2107/2522ฎีกา 863/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา