⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 457/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยักยอกเงินค่าจำนำทรัพย์สิน เป็นความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง

ย่อคำพิพากษา

ตามฟ้องของโจทก์นี้ (ดูฟ้องโจทก์) แปลได้ว่า เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกเงินค่าจำนำวิทยุ (ไม่ใช่ยักยอกเครื่องวิทยุ) จึงไม่มีมูลคดีอาญา (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยได้ตกลงเช่าซื้อวิทยุหนึ่งเครื่องไปจากโจทก์ โดยจำเลยตกลงเช่าซื้อวิทยุหนึ่งเครื่องไปจากโจทก์ โดยจำเลยตกลงชำระค่าเช่าให้โจทก์เป็นรายเดือนทุกเดือนจนกว่าจะครบจำนวนราคาวิทยุที่เช่าซื้อไป เมื่อเช่าซื้อไปแล้ว จำเลยได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์เพียงสองคราว และมิได้ชำระให้โจทก์อีกเลย ต่อมาจำเลยได้มีเจตนาทุจริตยังอาจเอาวิทยุของโจทก์ที่จำเลยครอบครองอยู่ในฐานะผู้เช่าซื้อไปจำนำไว้กับผู้มีชื่อ และโดยเจตนาทุจริตของจำเลย ๆ ได้เบียดบังเอาเงินค่าจำนำวิทยุนี้เป็นของจำเลยหรือบุคคลที่ ๓ เสีย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ศาลชั้นต้นเห็นว่า มูลกรณีแห่งคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยทำผิดสัญญาทางแพ่งโดยแท้ เพียงแต่เหตุที่จำเลยทำผิดสัญญาเช่าซื้อโดยไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ ตามสัญญาแล้วจำเลยเอาวิทยุไปจำนำกับบุคคลที่ ๓ เอาเงินใช้เสียเองนั้น จะถือว่าเป็นกริยาบังอาจและมีทุจริตหาได้ไม่ เพราะการจำนำนั้นก็เพียงแต่จำเลยส่งมอบทรัพย์ให้ผู้รับจำนำยึดถือเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เท่านั้น เห็นว่าการกระทำของจำเลยดังที่โจทก์บรรยายมา ไม่มีมูลแห่งความผิดทางอาญา จึงให้ยกคำฟ้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกเงินค่าจำนำวิทยุ หาใช่เป็นฟ้องหาว่ายักยอกเครื่องวิทยุไป แม้จะถือว่าวิทยุยังเป็นของโจทก์ ซึ่งถ้าหากมีกรณีจะต้องคืนวิทยุและจำเลยคืนไม่ได้ จำเลยอาจต้องใช้เงินให้โจทก์ก็ดี แต่ก็เป็นการบังคับตัวจำเลยให้เอาเงินมาใช้แทนทรัพย์ ส่วนตัวเงินที่จำเลยเอาเครื่องวิทยุไปจำนำมาได้ ไม่ใช่เป็นเงินของโจทก์ หรือที่โจทก์จะบังคับเอากับเงินนั้นได้โดยตรง แม้จำเลยจะเอาเงินนี้ไป ไม่นำมาให้โจทก์ โจทก์ก็จะว่าจำเลยยักยอกเงินนี้ไม่ได้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่มีมูลคดีอาญา ดังที่ศาลล่างทั้งสอง วินิจฉัยมาชอบแล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457/2503 บริษัท วิเชียรวิทยุและโทรภาพ จำกัด โดยนายสวัสดิ์ ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ นายสมคิด หล้าปิงเมือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกรรมการผู้จัดการ - บริษัท วิเชียรวิทยุและโทรภาพ จำกัด โดยนายสวัสดิ์ ทวีสิน · จำเลย - นายสมคิด หล้าปิงเมือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ศุภอรรถ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายจรัญ อิศระ (สั่ง) · ศาลอุทธรณ์ - นายประสงค์ ศิริทรัพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา