⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 52/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับพินัยกรรมลงชื่อในพินัยกรรมในฐานะผู้รับพินัยกรรม ย่อมไม่ทำให้พินัยกรรมนั้นเสียไป แม้ผู้รับพินัยกรรมจะรู้เห็นการทำพินัยกรรมนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้รับมรดกตามพินัยกรรมได้เซ็นชื่อในพินัยกรรมในฐานะเป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรม มิใช่ในฐานะพยาน แม้ผู้รับมรดกตามพินัยกรรมจะได้รู้เห็นว่าทำพินัยกรรมก็ตาม ก็ไม่ทำให้พินัยกรรมเสียไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1657 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1705

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าแบ่งมรดกนา ที่ดินปลูก บ้าน เรือน ยุ้งข้าว ซึ่งเป็นมรดกของนายอุดผู้ตาย ตกทอดได้แก่โจทก์จำเลยเพราะต่างเป็นทายาท โดยธรรมของนายอุด แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งให้ จึงขอให้แบ่งทรัพย์ดังกล่าวให้โจทก์ ๓ ใน ๔ ส่วน จำเลยต่อสู้ว่า ที่ดินปลูกบ้าน เรือนและยุ้งข้าว เป็นของจำเลย ส่วนนา นายอุดทำพินัยกรรมยกให้จำเลยที่ ๒ โจทก์ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์เหล่านี้ ศาลชั้นต้นฟังว่า ทรัพย์พิพาททั้งหมดเป็นสินสมรสระหว่างนายอุดม นางพู เป็นมรดกตกได้แก่ทายาท ส่วนพินัยกรรมที่นายอุดทำยกที่นาให้แก่จำเลยที่ ๒ ปรากฏว่า จำเลยที่ ๒ ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมเซ็นชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมด้วย พินัยกรรมจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๗๐๕ พิพากษาให้แบ่งทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ ๓ ส่วน ให้จำเลย ๑ ส่วน แบ่งไม่ตกลงให้ประมูลราคาระหว่างกัน ประมูลราคาไม่ตกลงให้ขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายอุดเป็นผู้ครอบครองที่นาพิพาทมาฝ่ายเดียวเป็นเวลา ๒๕ ปีแล้ว ที่พิพาทจึงเป็นของนายอุด พินัยกรรมที่นายอุมทำยกนาพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๒ ก็ใช้ได้ตามกฎหมาย จำเลยที่ ๒ เซ็นชื่อในพินัยกรรมในฐานะผู้รับมอบทรัพย์เท่านั้น ส่วนที่ดินปลูกบ้าน นายอุดก็ได้ยกให้แก่จำเลย นายสอ จำเลยร่วมได้แจ้งการครอบครองต่อเจ้าพนักงาน เป็นของนายสอตั้งแต่นายอุดยังมีชีวิตอยู่ ยุ้งข้าวและเรือน จำเลยได้สร้างขึ้นใหม่แทนของเก่าที่ชำรุดผุพังไปแล้ว ทรัพย์พิพาททั้งหมดเป็นของจำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ข้อกฎหมายเกี่ยวกับพินัยกรรมนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พินัยกรรมที่นายอุดทำยกนาพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๒ ถึงจำเลยที่ ๒ จะได้เซ็นชื่อในพินัยกรรม ก็เซ็นในฐานะผู้รับมอบ หาใช่เป็นพยานไม่ เพราะมีคำว่า ผู้รับมอบเขียนไว้หน้าชื่อจำเลยที่ ๒ ส่วนผู้เป็นพยานได้เซ็นชื่อไว้เหนือชื่อจำเลยและต่อท้ายชื่อได้เขียนคำว่าพยาน ส่วนท้ายชื่อจำเลยที่ ๒ นั้นมิได้มีคำว่าพยานเลย จำเลยที่ ๒ จึงมิใช่พยานในพินัยกรรม แม้ว่าจำเลยที่ ๒ จะได้รู้เห็นการกระทำพินัยกรรมนี้ ก็ไม่ทำให้พินัยกรรมเสียไป นาพิพาทจึงตกเป็นของจำเลยที่ ๒ ตามพินัยกรรม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2503 นายสุ เครือตาแก้ว กับพวก โจทก์ นางทวน พิพิธภัณฑ์ กับพวก จำเลย นายสอ พิพิธภัณฑ์ จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุ เครือตาแก้ว กับพวก · จำเลย - นางทวน พิพิธภัณฑ์ กับพวก · จำเลยร่วม - นายสอ พิพิธภัณฑ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ ฤทธิศาสตร์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · ประจักษ์ศุภอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายพิทย์ มงคล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงศรีสัตยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5753/2531ฎีกา 1055/2497ฎีกา 8222/2540ฎีกา 359/2521ฎีกา 478/2483ฎีกา 4397/2553ฎีกา 2874/2559ฎีกา 1253/2511ฎีกา 6290/2538ฎีกา 1572/2492ฎีกา 1843-1844/2524ฎีกา 1358/2505ฎีกา 860/2492ฎีกา 1579/2524ฎีกา 4338/2531ฎีกา 4001/2545ฎีกา 387-388/2488ฎีกา 485/2553ฎีกา 4698/2552ฎีกา 3189/2533ฎีกา 636/2490ฎีกา 336/2506ฎีกา 6433/2546ฎีกา 1193/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา