⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1193/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ทำพินัยกรรมได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้เขียนและพยาน และผู้เขียนได้ลงลายมือชื่อในขณะนั้นเช่นกัน ถือว่าพินัยกรรมสมบูรณ์ตามกฎหมาย แม้จะไม่มีข้อความต่อท้ายว่าเป็นพยานก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

พ.ทำพินัยกรรมเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปี ในขณะนั้น และได้ลงลายมือชื่อของตนไว้ต่อหน้า ส.ผู้เขียนและ ท.พยานในพินัยกรรม ส. ได้ลงลายมือชื่อในขณะนั้นเช่นกัน เพียงแต่ไม่มีข้อความต่อท้ายว่าเป็นพยายน เช่นนี้ก็ถือว่า ส. เป็นพยานรู้เห็นในการทำพินัยกรรมตลอดมาแต่ต้นคือเป็นทั้งผู้เขียนและพินัยกรมและเป็นพยานในพินัยกรรม ต้องด้วยความประสงค์ของกฎหมายว่าด้วยการทำพินัยกรรมแล้ว พินัยกรรมจึงสมบูรณ์ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1671

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1671

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกของบิดาจากจำเลย ๑ ใน ๔ ส่วน จำเลยให้การว่า บิดาได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้จำเลยแล้ว ศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าบิดาทำพินัยกรรมให้จำเลย พิพากษาให้แบ่งมรดกให้โจทก์ ๑ ใน ๔ ส่วน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่ามีพินัยกรรม พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าทรัพย์บางรายการจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงต้องถือว่าเป็นทรัพย์มรดก แล้ววินิจฉัยว่าคดีคงมีปัญหาต่อไปว่า พินัยกรรมซึ่งมีนายทองดีลงชื่อเป็นพยานและนายสุพจน์ลงชื่อเป็นผู้เขียนโดยไม่ระบุว่าเป็นพยานด้วยเช่นนี้ จะถือเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕๖ บัญญัติว่า "พินัยกรรมนั้นจะทำตามแบบดังนี้ก็ได้กล่าวคือ ต้งอทำเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำขึ้น และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น ฯลฯ" และมาตรา ๑๖๗๑ บัญญัติว่า "เมื่อบุคคลใดนอกจากผู้ทำพินัยกรรมเป็นผู้เขียนข้อความแห่งพินัยกรรม บุคคลนั้นต้องลงลายมือชื่อของตนทั้งระบุว่าเป็นผู้เขียน ถ้าบุคคลนั้นเป็นพยานด้วย ให้เขียนข้อความระบุว่าตนเป็นพยานไว้ต่อท้ายลายมือชื่อของตนเช่นเดียวกับพยานอื่น ๆ" จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ๒ มาตรานี้ ศาลฎีกาเห็นว่ากฎหมายมุ่งประสงค์ให้ผู้ทำพินัยกรรมต้องทำตามแบบคือทำเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปี ในขณะทำพินัยกรรม ทั้งต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย ๒ คน และพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมในขณะนั้นด้วย ซึ่งตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากพยานจำเลยก็ฟังได้ว่านายพรหมหรือพรมมาได้ทำพินัยกรรมเอกสารหมาย ล.๑ เป็นหนังสือลงวัน เดือน ปี ในขณะนั้น และได้ลงลายมือชื่อของตนไว้ต่อหน้านายสุพจน์ผู้เขียนและต่อหน้านายทองดีพยานในพินัยกรรม ทั้งนายสุพจน์พยานผู้รู้เห็นการทำพินัยกรรมก็ได้ลงลายมือชื่อในขณะนั้นเช่นกัน การลงลายมือชื่อของนายสุพจน์ผู้เขียนพินัยกรรมแม้จะไม่มีข้อความต่อท้ายว่าเป็นพยานด้วย ก็ถือได้ว่านายสุพจน์เป็นพยานรู้เห็นในการทำพินัยกรรมตลอดมาแต่ต้นคือเป็นทั้งผู้เขียนพินัยกรรมและเป็นพยานในพินัยกรรม ต้องด้วยความประสงค์ของกฎหมายว่าด้วยการทำพินัยกรรมแล้ว การที่จะระบุว่านายสุพจน์เป็นพยานด้วยต่อท้ายลายมือชื่อนายสุพจน์นั้นหาใช่เป็นแบบพินัยกรรมซึ่งถ้าไม่มีข้อความระบุเช่นนั้นแล้วพินัยกรรมจะตกเป็นโมฆะก็หาไม่ ฉะนั้น พินัยกรรมตามเอกสารหมาย ล.๑ จึงสมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมาย ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๗๑ พิพากษาแก้ ให้แบ่งทรัพย์อันดับ ๓, ๕, ๖ และ ๗ ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องให้โจทก์ ๑ ใน ๔ ส่วน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2520 นายเพ็ง กองกะมุด โจทก์ นายชนะ กองกะมุด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเพ็ง กองกะมุด · ล. - นายชนะ กองกะมุด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิสัณห์ ลีตเวทย์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิทยา มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายก้อน คงแสนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ วราภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5753/2531ฎีกา 1055/2497ฎีกา 359/2521ฎีกา 478/2483ฎีกา 1253/2511ฎีกา 6290/2538ฎีกา 1572/2492ฎีกา 1358/2505ฎีกา 860/2492ฎีกา 1579/2524ฎีกา 4338/2531ฎีกา 4001/2545ฎีกา 387-388/2488ฎีกา 485/2553ฎีกา 3189/2533ฎีกา 636/2490ฎีกา 336/2506ฎีกา 4136/2529ฎีกา 2072/2522ฎีกา 2890/2529ฎีกา 2659/2517ฎีกา 1149-1150/2481ฎีกา 2113/2492ฎีกา 894/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา