คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใส่ความผู้อื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จและเป็นการหมิ่นประมาท แม้จะอ้างว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต แต่หากข้อความนั้นมีลักษณะเป็นการใส่ความให้เสียหายและไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ ก็ไม่ถือว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยเคยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลด้วยกัน จำเลยได้พิมพ์ใบปลิวมีข้อความว่า "โจทก์ทำการค้ากับร้านสหกรณ์สมัยนายเฉลิมเป็นผู้จัดการ รับนมและบุหรี่ไปขายแล้วไม่นำเงินมาให้ร้านสหกรณ์ 20,383 บาท และจ่ายเช็คไม่มีเงินให้ 13,878.85 บาท จำเลยเข้าไปรับงานผู้จัดการทีหลังรื้อเรื่องขึ้นมาฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกเงินให้ร้านสหกรณ์สำเร็จ ขณะนี้โจทก์ยังคงผ่อนชำระให้ร้านสหกรณ์ตามคำสั่งศาลอยู่" แล้วจำเลยโฆษณาแจกจ่ายใบปลิวเหล่านั้น แม้ตามความจริงโจทก์ได้ถูกร้านสหกรณ์ซึ่งจำเลยเป็นผู้จัดการฟ้องเรียกเงินต่อศาลและได้ยอมความกันก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นเจตนาใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ ไม่ใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความตามที่คู่ความแถลงรับกันว่า จำเลยได้พิมพ์ใบปลิวมีข้อความว่า นายระวี ต.ชูรินทร์ (สีนุ่น) (คือโจทก์) ทำการค้ากับร้านสหกรณ์สมัยนายเฉลิม ศรีกระจ่าง เป็นผู้จัดการ รับนมและบุหรี่ไปขายแล้วไม่นำเงินมาให้ร้านสหกรณ์ ๒๐,๓๘๓ บาท และจ่ายเช็คไม่มีเงินให้ ๑๓,๘๗๘.๘๕ บาท ผม( คือจำเลย)เข้าไปรับงานผู้จัดการทีหลังรื้อเรื่องขึ้นมาฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกเงินให้ร้านสหกรณ์สำเร็จ ขณะนี้นายระวี (คือโจทก์) ยังคงผ่อนชำระให้ร้านสหกรณ์ตามคำสั่งศาลอยู่" แล้วจำเลยโฆษณาแจกจ่ายใบปลิวเหล่านั้น โจทก์จำเลยเคยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลด้วยกัน โจทก์รับว่า โจทก์ได้ถูกร้านสหกรณ์ซึ่งจำเลยเป็นผู้จัดการฟ้องเรียกเงินต่อศาลและได้ยอมความกันไปแล้ว
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสอง ว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ปรับจำเลย ๒๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตาม มาตรา ๒๙, ๓๐
ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ข้อความในใบปลิวแล้วเห็นว่า ทำให้ผู้ที่ถูกใส่ความเช่นนี้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ที่จำเลยกล่าวในฎีกาว่า โจทก์จะต้องสืบให้ได้ความตามองค์ประกอบความผิดที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๒๖ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความทั้งหมดนี้ จำเลยเองก็รับแล้วว่า ได้พิมพ์เป็นใบปลิวโฆษณาแจกจ่าย และทั้งโจทก์จำเลยก็เคยสมัครรับเลือกตั้งสภาเทศบาลด้วยกัน ส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยได้ดีว่าต้องการใส่ความโจทก์ หาใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตไม่ จึงเป็นการใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2503
นายระวี ต. ชูรินทร์ โจทก์
นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายระวี ต. ชูรินทร์ · จำเลย - นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เชื้อ คงคากุล · สุทธิวาทนฤพุฒิ · ประกอบ หุตะสิงห์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงนครศรีธรรมราช - นายดุสิต วราโห · ศาลอุทธรณ์ - นายประสงค์ ศิริทรัพย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา