⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 824/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป เพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 หากเป็นการกระทำเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของตนเอง จะไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 282 ต้องเป็นกรณีที่เป็นธุระจัดหาล่อไป หรือชักพาไปโดยมิได้ใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่น ถ้าเป็นกรณีที่กระทำไปเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นกระทำนั้นเองแล้ว หาเป็นความผิดตามมาตรา นี้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.282

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๕ กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีกหลายคนร่วมกันกระทำผิดฉุดคร่าหญิง เพื่ออนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา จำเลยทุกคนให้การรับสารภาพ ในวันนัดพิจารณา ผู้เสียหาย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอถอนคำร้องทุกข์ ไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นเห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒ เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แม้ผู้เสียหาย จะถอนคำร้องทุกก็ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ในการดำเนินคดีในความผิดฐานนี้ต้องระงับไปด้วย คงระงับไปแต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๗๘ และ ๒๘๔ เท่านั้น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๒ ปี ลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงให้จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี ่จำเลยทุกคนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒ ต้องเป็นกรณีที่เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปโดยมิได้ใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่น ถ้าเป็นกรณีที่กระทำไปเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นกระทำนั้นเองแล้ว หาเป็นความผิดตามมาตรา นี้ไม่ ในคดีนี้ จำเลยร่วมกันฉุดคร่า พานางสาวมาลีผู้เสียหาย ไปก็เพื่อสำเร็จความใคร่ของจำเลยที่ ๑ เอง หาใช่รวมกันพาไปให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นไม่ จริงอยู่สำหรับจำเลยอีก ๔ คน นอกจากจำเลยที่ ๑ ไม่ได้สำเร็จความใคร่ด้วย แต่จำเลยทั้งสี่กับจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกันกระทำการฉุดคร่าพานางสาวมาลีผู้เสียหายไปด้วยกัน จะแยกกรรมที่ประกอบร่วมกันนี้ให้ตกเป็นความผิดแก่จำเลยทั้งสี่ว่าได้ฉุดคร่าพาผู้เสียหาย ไปนั้น มิใช่เพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นนั่นเอง และจะอย่างไรก็ตาม การที่จำเลยร่วมกันฉุดคร่า พานางสาวมาลีผู้เสียหายไปนั้น เป็นการใช้กำลังข่มขืนใจ จะปรับด้วย มาตรา ๒๘๒ ก็ไม่ได้อีก ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2503 อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายสำรวย เข็มนาคที่ 1 นายสำเริง เข็มนาค ที่ 2 นายทองเจือ แสงแก้วสุก ที่ 3 นายตู ศรียานนท์ ที่ 4 นายกระจ่าง ปรีเอี่ยมที่ 5 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · 3 - นายสำรวย เข็มนาคที่ 1 นายสำเริง เข็มนาค ที่ 2 นายทองเจือ แสงแก้วสุก ที่ · จำเลย - นายตู ศรียานนท์ ที่ 4 นายกระจ่าง ปรีเอี่ยมที่ 5
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสุวัฒน์ รัตรสาร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 616/2484ฎีกา 40/2470ฎีกา 275/2471ฎีกา 2820/2536ฎีกา 851/2487ฎีกา 179/2465ฎีกา 1386/2521ฎีกา 1606/2479ฎีกา 891/2515ฎีกา 97/2484ฎีกา 131/2472ฎีกา 9142/2551ฎีกา 6065/2545ฎีกา 719/2468ฎีกา 549/2470ฎีกา 1022/2466ฎีกา 899/2465ฎีกา 1070/2493ฎีกา 103/2483ฎีกา 399/2486ฎีกา 983/2480ฎีกา 47/2535ฎีกา 1570/2498ฎีกา 302/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา