⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 302/2490

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2490

ลักษณะอาญา ม.282 · ป.อาญา ม.282 · ป.วิ.อาญา ม.219

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความต่อเจ้าพนักงานว่าผู้อื่นเป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ แม้ภายหลังศาลจะยกฟ้องในคดีนั้นไปแล้ว ก็อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ หากการกระทำนั้นเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยแจ้งความต่อเจ้าพนักงาน ให้กับโจทก์และว่าโจทก์เป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ ซึ่งศาลได้ตัดสินยกฟ้องในคดีนั้นไปแล้ว จะเป็นผิดฐานละเมิดหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันมาฎีกาต่อไปไม่ได้ตาม ม.219

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.282 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.282

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.282 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแกล้งนำความซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์เป็นคนร้ายลักทรัพย์ของจำเลย และนำเจ้าพนักงานมาจับโจทก์และค้นบ้าน โจทก์ต้องถูกควบคุม ๒ วัน ๑ คืน จึงได้ปล่อยตัวไปและในวันค้นบ้านจำเลยได้กล่าวต่อหน้าชุมชนว่า โจทก์เป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงเกียรติคุณความดีเรียกค่าสินไหมทดแทน ๕๐๐ บาท จำเลยให้การว่าหาได้นำความเท็จไปร้องเรียนไม่ และจำเลยได้ฟ้องโจทก์ว่าลักทรัพย์ตามสำนวนดำที่ ๓๗๕/๒๔๘๖ โจทก์ถูกจับกุมคุมขังโดยอำนาจของพนักงาน จำเลยไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีอำนาจร้องทุกข์ได้ และโจทก์นำสืบไม่ได้ว่า จำเลยแกล้งเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งความ จำเลยมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นคนร้าย การถูกควบคุมโดยเจ้าพนักงานปฏิบัติตามกฎหมายเช่นนี้ โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้ ส่วนข้อหมิ่นประมาทว่าลักทรัพย์ ก็ไม่ได้แกล้งใส่ความโจทก์ จำเลยพูดไปตามปรกติวิสัยผู้เสียหาย พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาอ้างเป็นข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดตามกฎหมายแล้ว เพราะศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่ได้ลักทรัพย์จำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยแจ้งความต่อเจ้าพนักงานให้จับโจทก์ และว่าโจทก์เป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ตามฟ้อง จะเป็นการละเมิดหรือไม่นั้น ย่อมต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงที่พึงปรากฏ ซึ่งในเรื่องนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีเหตุอันควรสงสัยว่าโจทก์เป็นคนร้าย จึงไม่ถือว่าเป็นการละเมิด นับว่าเป็นการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง คดีต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญา ม.๒๑๙ ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2490 นางเถื่อน สุคนภิรมย์ ณ พัทลุง โจทก์ นางคลิ้ง บุนสุวัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเถื่อน สุคนภิรมย์ ณ พัทลุง · จำเลย - นางคลิ้ง บุนสุวัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · ชัยประชา · ปรีชาวินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2005/2564ฎีกา 5088/2563ฎีกา 2360/2539ฎีกา 616/2484ฎีกา 364/2485ฎีกา 40/2470ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 887/2503ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2151/2529ฎีกา 686/2523ฎีกา 767/2490ฎีกา 34/2491ฎีกา 851/2487ฎีกา 7603/2551ฎีกา 1386/2521ฎีกา 3789/2532ฎีกา 1606/2479ฎีกา 1821/2493ฎีกา 6121/2548ฎีกา 1918-1919/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา