คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เข้าข่ายความผิดฐานพยายามฆ่าโดยเจตนา และความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส มีลักษณะแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ หากโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าโดยเจตนา จะไม่สามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสได้ เว้นแต่โจทก์จะได้บรรยายฟ้องให้เห็นถึงการกระทำโดยประมาทของจำเลยไว้ด้วย
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนากับความผิดฐานประมาททำให้คนรับอันตรายแก่กายถึง สาหัสนั้น ลักษณะการกระทำแตกต่างกัน อันถือว่าเป็นสาระสำคัญกล่าวคือ ในความผิดที่กระทำโดยประมาท โจทก์จะต้องบรรยาย ฟ้องให้จำเลยทราบว่า การกระทำของจำเลยเป็นประการใดจึงเรียกจำเลยการกระทำโดยประมาท จำเลยจะได้ต่อสู้คดีในฐานประมาทได้ด้วย มิฉะนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยพยายามฆ่าโดยเจตนา จะจึงลงโทษฐานประมาททำให้คนรับอันตรายแก่กายถึงสาหัสไม่ได้ หากโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยฐานประมาททำให้คนรับอันตรายแก่กายถึงสาหัสด้วย โจทก์ก็ชอบที่จะบรรยายฟ้องถึง การกระทำของจำเลยเป็นท้องเรื่องมาในฟ้องอันเห็นได้ว่า หากจำเลยไม่เจตนา จำเลยก็ได้กระทำการโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้น จักต้องมีความวิสัยและพฤติการณ์ เช่นนี้ ศาลก็ยังอาจจะลงโทษจำเลยฐานทำอันตรายแก่กายถึงสาหัส โดยประมาทได้เพราะเป็นเรื่องอยู่ในฟ้องแล้ว
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 18/2502)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคน และมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่ได้รับรับอนุญาต จำเลยได้รับยกเว้นโทษตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๑ มาตรา ๙ ลงโทษไม่ได้และจำเลยมีผิดฐานพยายามฆ่าคนให้จำคุก ๘ ปี ตาม มาตรา ๒๕๕, ๘๐, ๗๘ ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยประมาทให้จำคุก ๒ ปี ตาม มาตรา ๓๐๐ นอกนั้นยืนตาม
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง ว่า จำเลยได้กระให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส โดยประมาท และวินิจฉัยโดยมีประชุมใหญ่ว่า ความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาและผิดฐานประมาททำให้คนรับอันตรายแก่กายถึงสาหัสนั้น ลักษณะการกระทำแตกต่างกันอันถือว่าเป็นสาระสำคัญ กล่าวคือ ในความผิดที่กระทำโดยประมาท โจทก์จะต้องบรรยายฟ้องให้จำเลยทราบว่า การกระทำของจำเลยเป็นประกาดรใด จึงเรียกได้ว่า จำเลยทำโดยประมาทจำเลยจะได้ต่อสู้คดีในฐานประมาทได้ด้วย หากโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยในฐานประมาททำให้คนรับอันตรายแก่ตายถึงสาหัสด้วย โจทก์ชอบที่จะบรรยายฟ้องถึงการกระทำของจำเลยเป็นท้องเรื่องมาในฟ้อง ฉันจะเห็นได้ว่า จำเลยไม่เจตนา จำเลยก็ได้กระทำการ โดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ เช่นนี้ ศาลยังยังอาจลงโทษจำเลยฐานทำอันตรายแก่กายถึงสาหัสโดยประมาทได้ เพราะเป็นเรื่องอยู่ในฟ้องแล้ว ถ้าโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาลอย ๆ เท่านั้น จะให้ศาลลงโทษจำเลยฐานประมาทหาได้ไม่
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2503
อัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์
นายฮิม หรือฮิ้ม เมฆพา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายฮิม หรือฮิ้ม เมฆพา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัยนิตินาท · สัญญา ธรรมศักดิ์ · การุณย์นราทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสงค์ ศิริทรัพย์ - หลวงพิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา