คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การที่ภริยาครอบครองที่ดินของสามีที่ตายไปแล้ว ไม่ถือเป็นการเรียกร้องสิทธิอันมีต่อกองมรดก จึงไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับอายุความ 1 ปี ตามกฎหมายมรดก
- การบังคับใช้กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 เกี่ยวกับที่ดินที่ถูกครอบครอง ต้องพิจารณาว่าที่ดินนั้นเป็นที่บ้านหรือที่สวนก่อนหรือหลังวันที่ 1 เมษายน 2475 ซึ่งเป็นวันประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4 ว่าด้วยทรัพย์สิน
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีที่มีผู้ครอบครองที่ดินของสามีที่ตายไปแล้ว ภริยาไม่จำต้องเรียกร้องเอาคืนภายใน 1 ปี ตามอายุความมรดกเพราะกรณีไม่ใช่เรียกร้องตามสิทธิของเจ้าหน้าอันมีต่อกองมรดก และไม่ใช่เป็นเรื่องพิพาทในระหว่างทายาท
การที่จะใช้กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 บังคับในกรณีที่เจ้าของที่ดินไม่ครอบครองที่ดินนั้น ต้องแล้วแต่ว่าที่ดินนั้นได้เป็นที่บ้านที่สวนตั้งแต่เมื่อใด คือ ก่อนหรือหลังวันที่ 1 เมษายน 2475 ซึ่งเป็นวัน ประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ บรรพ 4 ว่าด้วยทรัพย์สิน ถ้าเป็นที่บ้านที่สวนมาก่อน ก็ต้องนำเอากฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จมาบังคับ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลย นายพร้อมสามีจำเลยได้ขายให้แก่ผู้ร้องเมื่อประมาณ ๑๐ ปีมาแล้วผู้ร้องได้ครอบครองตลอดมาจนบัดนี้ ขอให้ถอนการยึด
จำเลยแถลงคัดค้านว่า ที่พิพาทเป็นของนายพร้อมสามีจำเลย นายพร้อมกู้เงินโจทก์และมอบที่พิพาทให้ทำเป็นต่างดอกเบี้ย
โจทก์คัดค้านว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย
คู่ความรับกันว่า ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองที่พิพาท และที่พิพาทเป็นสวนมะพร้าวและเป็นที่มือเปล่า ไม่มีโฉนดตราจอง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่มีสิทธิในสวนพิพาท พิพากษาให้ถอนการยึด
โจทก์จำเลยอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาข้อที่ว่านายพร้อมตายมาแล้ว ๕ ปี จำเลยซึ่งเป็นภริยาไม่จัดการเรียกร้องเอาที่ดินคืนภายใน ๑ ปี หมดสิทธินั้น เห็นว่า การที่คนอื่นครอบครองที่ดินของสามีที่ตายไปแล้ว ภริยาไม่ต้องเรียกร้องเอาคืนภายในหนึ่งปีตามอายุ ความมรดก เพราะกรณีไม่ใช่เรียกร้องตามสิทธิของเจ้าหนี้อันมีต่อกองมรดก และไม่ใช่เป็นเรื่องพิพาทในระหว่างทายาท
การที่จะใช้กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ บังคับในกรณีที่เจ้าของที่ดินไม่ครอบครองที่ดินนั้น ต้องแล้วแต่ว่าที่ดินนั้นได้เป็นที่บ้านที่สวนตั้งแต่เมื่อใด คือ ก่อนหรือหลังวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๕ ซึ่งเป็นวัน ประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ บรรพ ๔ ว่าด้วยทรัพย์สิน ถ้าเป็นที่บ้านที่สวนมาก่อน ก็ต้องนำเอากฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จมาบังคับคดีนี้ บิดาจำเลยยกให้จำเลยและนายพร้อมมา ๓๐ ปี ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ดังกล่าว ฉะนั้น กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ จึงใช้บังคับแก่ที่พิพาทได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทไม่ถึง ๑๐ ปี จำเลยยังไม่ขาดสิทธิในที่พิพาท
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2503
นายประเทือง เรืองศรี โจทก์
นายเฉย บัวสมุย ผู้ร้อง
นางม่อย ใสชื่น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประเทือง เรืองศรี · ผู้ร้อง - นายเฉย บัวสมุย · จำเลย - นางม่อย ใสชื่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัยบัณฑิต · ไชยเจริญ สันติศิริ · คร้าม สิวายะวิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายน้อม ศรีสรรพางค์ · ศาลอุทธรณ์ - ชุนสิทธิสำรวจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา