⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1020/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับโอนที่ดินโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียน แม้จะอ้างว่าสุจริต แต่หากรู้ว่ามีบุคคลอื่นครอบครองที่ดินส่วนนั้นโดยปรปักษ์มาแล้วเกิน 10 ปี จะไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่บุคคลนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้รับโอนที่ดินมีโฉนดโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียน รู้ดีอยู่แล้วในขณะรับซื้อว่าส่วนหนึ่งของที่ดินนั้น ผู้อื่นครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปีแล้ว เช่นนี้ จะอ้างว่าซื้อโดยสุจริตไม่ได้ ฉะนั้น จึงหามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่ครอบครองที่ดินส่วนนั้นจนได้กรรมสิทธิ์แล้วไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของจำเลยที่ ๑ ได้ถูกเจ้าพนักงานยึดออกขายทอดตลาด นางมูนะซื้อได้ ครั้ง พ.ศ. ๒๔๙๗ นางมะนูขายให้แก่นายอารีและนายอับดุลเลาะ พ.ศ. ๒๕๐๐ นายอารีและนายอับดุลเลาะขายที่ดินแปลงนี้ให้โจทก์ จำเลยอยู่ในที่พิพาทส่วนหนึ่งในฐานะอาศัย โจทก์ให้จำเลยรื้อเรือนไป จำเลยขัดขืน จึงขอให้บังคับ จำเลยต่อสู้ว่าครอบครองที่พิพาทมากว่า ๑๐ ปี โดยโจทก์ทราบดีแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท จำเลยที่ ๑ ฎีกา มีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินที่โจทก์ซื้อมา จำเลยที่ ๑ ครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของโดยความสงบและเปิดเผย หาได้อาศัยสิทธิจากนางมูนะหรือนายอารีและนายอับดุลเลาะไม่ นับเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยที่ ๑ ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทด้วยอำนาจการครอบครองปรปักษ์ ตั้งตั้งก่อนที่โจทก์ได้รับซื้อที่ดินรายนี้มา ปัญหาจึงมีว่า การที่จำเลยที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทด้วยอำนาจการครอบครองเช่นนั้น จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ได้กรรมสิทธิ์โดยเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิแล้วได้หรือไม่ ศาลฎีกาไม่เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ได้ขออาศัยจากนางมูนะ และเชื่อว่า ในระหว่างที่นางมูนะเป็นเจ้าของอยู่ก็ดี นายอารีกับนายอับดุลเลาะเป็นเจ้าของอยู่ก็ดี ต่างก็คงจะเข้าใจว่าเป็นเจ้าของเฉพาะที่นาเท่านั้น ไม่รวมถึงที่พิพาทด้วย การที่โจทก์รับซื้อต่อมา โจทก์จะเข้าใจว่าซื้อทั้งที่พิพาทด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่โจทก์เกี่ยวเป็นญาติกับจำเลยที่ ๑ หาใช่ใครอื่นมาจากไหนไม่ และเช่านาซึ่งออยู่ในเขตโฉนดฉบับเดียวกับที่พิพาททำมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้วเหมือนกัน น่าเชื่อว่าโจทก์รู้ดีอยู่แล้วในขณะรับซื้อว่าที่พิพาทนั้นจำเลยที่ ๑ ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมากกว่า ๑๐ ปีแล้ว เมื่อโจทก์รู้อยู่ดีเช่นนั้น ก็ย่อมอ้างไม่ได้ว่าซื้อโดยสุจริต แม้ที่พิพาทจะอยู่ในโฉนดที่โจทก์ซื้อ จำเลยที่ ๑ ผู้ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทด้วยอำนาจการครอบครอง ก็ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2504 นายลาอัน มินลาเก็ต โจทก์ นายแลฮอ ที่ 1 นายนิมานหรือมะหะหมัด ที่ 2 (ไม่ทราบนามสกุล) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลาอัน มินลาเก็ต · 1 - นายแลฮอ ที่ · จำเลย - นายนิมานหรือมะหะหมัด ที่ 2 (ไม่ทราบนามสกุล)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · พิสัยสารคุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายหิรัญ สถาปนสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิ เกตุทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 1658/2534ฎีกา 663/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา