คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การใส่ความผู้อื่นโดยการโฆษณาหรือแถลงการณ์จะได้รับยกเว้นโทษหากเป็นการชี้แจงแก้ข่าวโดยสุจริตเพื่อปกป้องตนเองตามคลองธรรม หลังจากถูกตำหนิอย่างรุนแรงก่อน
* พนักงานอัยการมีอำนาจเป็นทนายแก้ต่างให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกฟ้องในเรื่องการกระทำตามหน้าที่ แม้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ข้อความที่จำเลยโฆษณาออกอากาศทางวิทยุและพิมพ์แถลงการณ์ออกแจกจ่าย จะเป็นหมิ่นประมาทโจทก์ต่อเมื่อเป็นการใส่ความหากข้อความนั้นเป็นการชี้แจงแก้ข่าวหรือบทความซึ่งโจทก์ตำหนิจำเลยก่อนอย่างรุนแรงและทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนตามคลองธรรมโดยสุภาพแล้ว ก็ได้รับยกเว้นโทษ
เมื่อมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษ ศาลก็พิพากษายกฟ้อง
พนักงานอัยการมีอำนาจเข้าเป็นทนายแก้ต่างนายกเทศมนตรีซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ได้ แม้จะเป็นการแก้ต่างจำเลยในชั้นไต่สวนมูลฟ้องของศาลแขวง เพราะกฎหมายมิได้กำหนดอำนาจหน้าที่ผู้ว่าคดีให้เป็นทนายแก้ต่างจำเลยดังเช่นที่กล่าวไว้ชัดในพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้บังอาจหมิ่นประมาทโจทก์โดยโฆษณาออกอากาศทางวิทยุและพิมพ์แถลงการณ์ออกแจกจ่ายเป็นการประจานโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖,๓๒๘,๓๓๒
ศาลแขวงเชียงใหม่ไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า หนังสือพิมพ์ของโจทก์ลงบทความโจมตีจำเลยด้วยถ้อยคำรุนแรง จำเลยจึงต้องแก้ข่าวหรือบทความนั้นทางวิทยุและคำแถลงการณ์ โดยมีสิทธิอันชอบธรรมเป็นการป้องกันตน จำเลยไม่มีผิดพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ว่า พนักงานอัยการเข้าแก้ต่างจำเลยไม่ได้ ซึ่งโจทก์ได้แถลงคัดค้านไว้แล้ว และว่าศาลจะวินิจฉัยข้อแก้ตัวของจำเลยไม่ได้ เพราะเป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้องขอได้รับประทับฟ้องโจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าหนังสือพิมพ์ของโจทก์ลงบทความตำหนิจำเลยก่อนอย่างรุนแรง จำเลยจึงจำเป็นต้องชี้แจงแก้ข่าวนั้นโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมและป้องกันตนตามคลองธรรมอันเป็นเหตุได้รับยกเว้นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ (๑) เมื่อมีบทกฎหมายบัญญัติยกเว้นไม่เอาโทษแก่การกระทำของจำเลยตามฟ้องโจทก์แล้ว ศาลย่อมหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง และข้อที่ศาลหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยก็เป็นข้อเท็จจริงที่ได้ความตามท้องสำนวน หาใช่วินิจฉัยข้อต่อสู้ของจำเลยตามฎีกาโจทย์ไม่
ส่วนฎีกาโจทก์ที่ว่า พนักงานอัยการไม่มีอำนาจเข้าว่าคดีแก้ต่างจำเลยนั้นตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ..๒๔๙๘ มาตรา ๑๑ (๓) ก็ให้อำนาจพนักงานอัยการเข้าเป็นทนายแก้ต่างจำเลยได้ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ในศาลแขวงย่อมมีผู้ว่าคดีเป็นโจทก์อยู่แล้วจำต้องให้ผู้ว่าคดีแก้ต่างจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า กฎหมายมิได้กำหนดอำนาจหน้าที่ผู้ว่าคดีให้เป็นทนายแก้ต่างจำเลยดังเช่นที่กล่าวชัดในพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2504
นายเยื้อน โอชเจริญ โจทก์
นายเรือง นิมมานเหมินทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเยื้อน โอชเจริญ · จำเลย - นายเรือง นิมมานเหมินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทธิวาทนฤพุฒิ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สนิท สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายกิตติ บูรพรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา