คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำนองที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวของภริยาโดยสามีลงชื่อในใบไต่สวนว่าเป็นที่ของตนเอง และนำไปจำนองโดยผู้รับจำนองเชื่อโดยสุจริตว่าที่ดินนั้นเป็นของสามี ย่อมสมบูรณ์และใช้บังคับได้ แม้จะมีสัญญาก่อนสมรสก็ตาม
การอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งศาลชั้นต้นในคดีที่ผู้รับจำนองร้องขอรับชำระหนี้ก่อน ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลตามราคาที่ผู้รับจำนองตั้งพิพาท ไม่ใช่ราคาที่โจทก์นำยึด
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินและเรือนเป็นของภริยาก่อนสมรสและได้ทำสัญญาก่อนสมรสว่า สามีจะไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ของภริยาก็ตาม แต่เมื่อภริยาปล่อยให้สามีลงชื่อในใบไต่สวนเพื่อขอออกโฉนดว่าเป็นที่ของสามี แล้วสามีเอาไปจำนองผู้อื่นและเอาเงินนั้นมาซื้อรถยนต์ใช้รับส่งคนโดยสารอันเป็นอาชีพของสามีภริยา เป็นเหตุให้ผู้รับจำนองเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นที่ของสามีและผูกพันภริยา ดังนี้ การจำนองนั้นสมบูรณ์ใช้บังคับได้
ในกรณีที่ผู้รับจำนองร้องขอรับชำระหนี้ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 นั้น เมื่อฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งศาลชั้นต้น ย่อมเป็นการฟ้องคดีต่อศาลอุทธรณ์ศาลฎีกา จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมอย่างคดีธรรมดา และต้องเสียค่าขึ้นศาลในนั้นอุทธรณ์++ฎีกาตามราคาที่ผู้รับจำนองตั้งพิพาท ไม่ใช่ราคาที่โจทก์นำยึด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์นำยึดทรัพย์จำเลยเพื่อขายทอดตลาดตามคำพิพากษาผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินกับเรือนที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้ทำสัญญาจำนองต่อเจ้าพนักงานที่ดินไว้กับผู้ร้องและค้างชำระต้นเงินกับดอกเบี้ย รวม ๒๖,๙๑๖ บาท โดยจำเลยที่ ๑ ลงชื่อเป็นเจ้าของในใบไต่สวน การจำนองนี้จำเลยที่ ๒ ผู้เป็นภริยาทราบดี และนำเงินที่จำนองมาซื้อรถยนต์หาประโยชน์ร่วมกันกับจำเลยที่ ๑ จึงขอให้งดการขายทอดตลาดจนกว่าจะไถ่จำนองหรือถ้าศาลสั่งขาย ก็ให้หักใช้หนี้จำนองกับดอกเบี้ยก่อน
โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นทรัพย์ส่วนตัวของจำเลยที่ ๒ ก่อนจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาก่อนสมรสว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ มีชื่อในหน้าสำรวจเพื่อขอออกโฉนด แต่โฉนดยังมิได้ออกให้ การจำนองเป็นโมฆะ จำเลยที่ ๒ ไม่รู้เห็นในการจำนอง ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การจำนองถูกต้องตามกฎหมาย จึงสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อน
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ นำสำรวจที่พิพาทและลงชื่อในใบไต่สวนว่าเป็นของจำเลยที่ ๑ แล้วเอาไปจำนองกับผู้ร้องนั้น เป็นการแสดงตนว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของที่พิพาทและจำเลยที่ ๒ ก็ทราบดี เงินที่จำนองก็นำมาซื้อรถยนต์ใช้รับส่งคนโดยสารอันเป็นอาชีพของจำเลยทั้งสองร่วมกัน เป็นเหตุให้ผู้รับจำนองเชื่อโดยสุจริตว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ สัญญาจำนองจึงผูกพันทรัพย์รายนี้และใช้บังคับกันได้
ส่วนฎีกาที่ว่า ค่าขึ้นศาลโจทก์ควรเสียในทุนทรัพย์เพียง ๕,๕๐๐ บาทตามราคาที่โจทก์นำยึดนั้น เห็นว่า แม้เรื่องนี้จะเป็นขอให้ชำระหนี้จำนองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙ ไม่ใช่เป็นเรื่องร้องขัดทรัพย์ตามมาตรา ๒๘๘ ก็ดี แต่เมื่อฝ่ายใดไม่พอใจคำสั่งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ฎีกามา ก็เป็นการฟ้องคดีต่อศาลอุทธรณ์ศาลฎีกา จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมอย่างคดีธรรมดาและต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่ผู้ร้องตั้งพิพาท
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2504
นายนวน บุญประเสริฐ โจทก์
นายกล่อม แสงสุวรรณ ที่ 1,นางนุ้น แสงสุวรรณ ที่ 2 จำเลย
นายหญิต พิชัยณรงค์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนวน บุญประเสริฐ · จำเลย - นายกล่อม แสงสุวรรณ ที่ 1,นางนุ้น แสงสุวรรณ ที่ 2 · ผู้ร้อง - นายหญิต พิชัยณรงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิสัยสารคุณ · การุณย์นราทร · คร้าม สิวายะวิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายตฤก ธรรมรุจี · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา