คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะสมบูรณ์เมื่อได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แล้วเท่านั้น แม้ผู้ซื้อจะชำระราคาและครอบครองทรัพย์สินแล้วก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
การซื้อขายที่ดินมีโฉนดแม้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ซื้อจะชำระราคาเรียบร้อยแล้วและได้ยึดถือโฉนดครอบครองถือเอาประโยชน์จากที่ดินนั้นตลอดมาก็ตาม ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ การซื้อขายย่อมยังไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ฉะนั้น โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยซึ่งเป็นผู้ขายย่อมมีสิทธิยึดที่ดินนั้นชำระหนี้ได้
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 12/2504
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่โจทก์ฟ้องจำเลยแล้วขออายัดที่ดินของจำเลยชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ต่อมาศาลได้พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินดังกล่าวรวมกับทรัพย์อื่นๆ ผู้ร้องได้ร้องขัดทรัพย์ตั้งแต่ชั้นที่โจทก์ขออายัดว่า ที่ดินที่ยึดเป็นของผู้ร้อง โดยผู้ร้องซื้อมาจากจำเลย โดยได้ชำระเงินเรียบร้อย ทั้งได้ยึดโฉนดที่ดินและครอบครองที่ดินนี้ในฐานะเป็นเจ้าของจนบัดนี้ ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยที่ดินที่ยึด
โจทก์คัดค้านว่าที่ดินแปลงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องได้ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยและเจ้าของเดิมแต่ยังไม่มีการโอนชื่อในโฉนดกัน ผู้ร้องขำระราคาให้ผู้ขายแล้ว ผู้ขายเดิมได้สละสิทธิความเป็นเจ้าของตลอดมา และผู้ร้องได้ยึดถือโฉนดครอบครองถือเอาประโยชน์จากที่ดินแปลงนี้ตลอดมา ฉะนั้น ผู้ร้องเป็นผู้อยู่ในฐานะที่จะจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนบุคคลอื่น จึงมีคำสั่งให้โจทก์ถอนการยึดทรัพย์ ปล่อยให้เป็นสิทธิแก่ผู้ร้องไป
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่ากรณีนี้ผู้ร้องได้ซื้อที่ดินแปลงพิพาทจากจำเลยและนายสุธัม, นายกวีเจ้าของร่วมเดิมในราคา ๖๘,๐๐๐ บาท โดยชำระราคาเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าของเดิมได้มอบโฉนดให้แก่ผู้ร้องๆ ได้ยึดถือโฉนดเข้าครอบครองรับประโยชน์ คือ ค่าเช่านาในที่พิพาทนี้ตลอดมาจนบัดนี้ก็ตาม แต่ปรากฎว่าการซื้อขายที่พิพาทนี้ยังไม่ได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือให้เป็นไปตามกฎหมาย กล่าวคือ ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นของผู้ร้องโดยทางเจ้าพนักงานแต่อย่างใด ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ มาตรา ๔๕๖ บัญญัติว่า "การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไซร้ ท่านว่าเป็นโมฆะ ฯลฯ" ดังนั้น การซื้อขายที่พิพาทนี้ยังไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทคงยังเป็นของจำเลยผู้ขายอยู่ตามเดิม เมื่อเช่นนี้ โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาของศาลย่อมมีสิทธิที่จะยึดที่พิพาทนี้มาชำระหนี้ของตนได้ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2504
นายชะอุ่ม หริศวร โจทก์
นายสุทิน ขัยพานิช จำเลย
นายจุติ บุญสูง ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชะอุ่ม หริศวร · จำเลย - นายสุทิน ขัยพานิช · ผู้ร้อง - นายจุติ บุญสูง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เชื้อ คงคากุล · สุทธิวาทนฤพุฒิ · สารกิจปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายประเทือง ชลายน · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา