⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 552/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเป็นเท็จ ถือเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากร แม้ผู้กระทำจะมิได้มีเจตนาหรือประมาทเลินเล่อ และของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดนั้นจะตกเป็นของแผ่นดิน

ย่อคำพิพากษา

ใบขนสินค้าขาเข้าที่จำเลยยื่นต่อเจ้าพนักงานระบุว่าเป็นร่มทำด้วยผ้าฝ้ายล้วน 50 โหล แต่ความจริงกลับเป็นร่มทำด้วยผ้าฝ่ายล้วนเพียง 26 โหล อีก 24 โหล เป็นร่มทำด้วยแพรเทียม ถือว่าใบขนสินค้านี้เป็นเท็จ ถ้าเจ้าพนักงานหลงเชื่อก็จะทำให้ขาดค่าภาษีไป 2,016 บาท เพราะร่วมทำด้วยแพรเทียมต้องเสียภาษีสูงกว่าร่มทำด้วยผ้าฝ้ายล้วน เป็นการหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร จำเลยจะอ้างว่าจำเลยมิได้ประมาทเลินเล่อหรือเป็นเรื่องที่จำเลยเข้าใจผิด ไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 + บัญญัติไว้ชัดแจ้งให้ถือว่าการกระทำดังที่ระบุไว้ในมาตรา 27 และ 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 นั้น เป็นความผิดแม้ผู้กระทำมิได้มีเจตนาหรือทำโดยประมาทเลินเล่อ ในกรณีเช่นนี้ ร่มที่ทำด้วยแพรเทียม 24 โหล ของกลางเป็นของที่ส่งมาให้จำเลยโดยผิดกฎหมายจำเลยจะขอรับคืนหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ม.16 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ม.17 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.99

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสำแดงรายการสินค้าเท็จ หลีกเลี่ยงเงินอากรขาเข้าให้น้อย จำเลยทั้งสองปฏิเสธและว่ามูลเหตุที่ต้องถูกฟ้องเนื่องมาจากความเข้าใจผิด ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการบริษัทวีแสงพาณิชย์จำกัด จำเลยที่ ๒ เป็นชิปปิ้ง เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ จำเลยที่ ๑ ได้สั่ง่ซื้อสินค้าจากร้านขายส่งยี่ห้ออยู่ไทเซียงฮองที่ฮ่องกงหลายอย่างรวมทั้งร่มด้วย เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้รับใบอินวอยซ์แสดงรายการสินค้าและราคากับบิลออฟเลดดิ้งแล้ว ได้มอบเอกสารดังกล่าวให้จำเลยที่ ๒ ไปรับของที่กรมศุลกากร โดยได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ไว้แล้วจำเลยที่ ๒ ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมกับใบอินวอยซ์ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อตรวจสินค้าและชำระอากรในใบขนสินค้าได้แสดงรายการร่วมว่าเป็นร่มผ้าทำด้วยฝ้ายล้วน ๕๐ โหล เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจแล้วปรากฎว่ามีร่มผ้าทำด้วยผ้าฝ่ายล้วน ๒๖ โหล และร่มทำด้วยแพรเทียม ๒๔ โหล ไม่ตรงตามใบขนสินค้า ร่มผ้าเสียอากรคันละ ๓ บาท ร่มแพรเทียมเสียอากรคันละ ๑๐ บาท ทำให้ขาดค่าอากรไป ๒,๐๑๖ บาท เจ้าหน้าที่จึงยึดร่มทั้งหมด และส่งเรื่องให้อธิบดีกรมศุลกากรเปรียบเทียบ แต่จำเลยไม่ยอม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง รวมปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงิน ๕๙,๙๔๔ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ถ้าจะกัดขังแทนค่าปรับให้กักขังคนละ ๖ เดือน ให้ริบร่มแพรเทียมของกลางตามพระราช่บัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๗ กับให้จ่ายรางวัลร้อยละ ๒๐ ของราคาของกลางแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมตามมาตรา ๗ และ ๘ วรรค ๒ แห่งพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า ควรยกฟ้อง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะที่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ปัญหามีว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวจะเป็นความผิดต่อกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ วรรค ๙๙ ผู้กระทำผิดตามมาตราทั้งสองนี้จะต้องกระทำโดยเจตนา แต่พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๖ บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งให้ถือว่าการกระทำดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ และ ๙๙ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ นั้นเป็นความผิด แม้ผู้กระทำมิได้มีเจตนาหรือประมาทเลินเล่อ ใบขนสินค้าที่จำเลยยื่นต่อเจ้าพนักงานระบุว่าเป็นร่มทำด้วยผ้าฝ้ายล้วน ๕๐ โหล ความจริงเป็นร่มทำด้วยผ้าฝ่ายล้วน ๒๖ โหล และร่วมทำด้วยแพรเทียม ๒๔ โหล จึงถือได้ว่าใบขนสินค้านี้เป็นเท็จ ถ้าเจ้าพนักงานหลงเชื่อก็จะทำให้ขาดค่าภาษีไป ๒,๐๑๖ บาท เพราะร่วมทำด้วยแพรเทียมต้องเสียภาษีสูงกว่าร่วมทำด้วยผ้าฝ้ายล้วนเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร ข้อที่จำเลยอ้างว่าไม่ใช่เป็นการกระทำของจำเลยก็ดี จำเลยมิได้ประมาทเลินเล่อก็ดี หรือเป็นเรื่องที่จำเลยเข้าใจผิดก็ดีเป็นข้ออ้างที่รับฟังไม่ได้ทั้งสิ้น ส่วนร่มทำด้วยแพรเทียม ๒๔ โหล ของกลางนั้น ก็เป็นของที่ส่งมาให้จำเลยโดยผิดกฎหมาย จำเลยขอรับคืนไปหาได้ไม่ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2504 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายดำรงค์ ม่วงศิริ ที่ 1 นายจิ้ง แซ่ตั้ง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · 1 - นายดำรงค์ ม่วงศิริ ที่ · จำเลย - นายจิ้ง แซ่ตั้ง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท สุมาวงศ์ · ประมูล สุวรรณศร · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเนิ่น กฤษณะเศรณี · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ, หลวงพิทักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1342/2546ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2920/2554ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 531/2510ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 7490/2540ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3159/2532ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา