⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 735/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2504

ป.อาญา ม.175, 176 · พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.15

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลแขวงเห็นว่าคดีฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 มีมูลแล้ว ศาลแขวงไม่มีอำนาจที่จะยกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 176 มาบังคับแก่คดีได้ เนื่องจากคดีดังกล่าวเกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา

ย่อคำพิพากษา

คดีฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ซึ่งเป็นคดีเกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษานั้น เมื่อไต่สวนเห็นว่าคดีมีมูลแล้ว ศาลแขวงไม่มีอำนาจจะยกมาตรา 176 มาบังคับแก่คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.175 ประมวลกฎหมายอาญา ม.176 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.15 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.13 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.14

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.175 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.176 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ทำเอกสารปลอมขึ้นแล้วนำมาแกล้งฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาหาว่าโจทก์ปลอมเอกสาร จำเลยที่ ๒ เป็นทนายให้จำเลยที่ ๑ ในการฟ้องนั้น แต่ครั้งแล้วจำเลยได้ขอถอนฟ้องไปก่อนที่ศาลจะทำการไต่สวนมูลฟ้อง ศาลอนุญาต ต่อมาโจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ว่าจำเลยฟ้องเท็จแกล้งกล่าวหาโจทก์โดยไม่เป็นความจริง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๕ ศาลแขวงพระนรคเหนือไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูลสำหรับจำเลยที่ ๒ แต่ส่วนจำเลยที่ ๑ นั้น คดีมีมูล แม้จะถอนฟ้องไปแล้ว แต่จำเลยยังไม่ได้ลุแก่โทษต่อศาล ไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๖ ให้ประทับฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ ทันใดที่ศาลอ่านคำสั่งนี้จบ จำเลยที่ ๑ แถลงขอรับสารภาพตามฟ้องและขอลุแก่โทษต่อศาล ศาลแขวงพระนครเหนือบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดแล้วลุแก่โทษต่อศาลและขอถอนฟ้องแล้ว ยังไม่ควรลงโทษจำเลยตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗๖ ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อัตราโทษตามประมวลกฎหมาย มาตรา ๑๗๕ นั้น เกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา ๑๕ และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๑๓, ๑๔ ฉะนั้น คดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีมูลนั้น ศาลแขวงจะหมายเรียกจำเลยที่ ๑ มาแก้คดีหรือยกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๖ื มาบังคับไม่ได้ เพราะเป็นการพิจารณาพิพากษาของศาลที่มีอำนาจ พิพากษาแก้ ให้ยกคำสั่งศาลแขวง จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2504 นายสมหมาย สิริจันทพันธ์ โจทก์ นางพรรณี พิสณฑ์ยุทธการหรือศุภางคเสน ที่ 1 นายพัฒน์ หิรัญภักดี ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมหมาย สิริจันทพันธ์ · 1 - นางพรรณี พิสณฑ์ยุทธการหรือศุภางคเสน ที่ · จำเลย - นายพัฒน์ หิรัญภักดี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายวิถี ปานะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุตยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3014/2531ฎีกา 389/2542ฎีกา 801/2503ฎีกา 2887/2540ฎีกา 606/2536ฎีกา 11986/2555ฎีกา 8520/2544ฎีกา 669/2511ฎีกา 8244/2563ฎีกา 402/2491ฎีกา 2453/2521ฎีกา 1930/2560ฎีกา 180/2490ฎีกา 1495/2506ฎีกา 1032/2534ฎีกา 243/2511ฎีกา 669/2538ฎีกา 1512/2530ฎีกา 1007/2524ฎีกา 3689/2535ฎีกา 489/2539ฎีกา 2054/2525ฎีกา 1941/2564ฎีกา 15243/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา