คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำนวนเงินที่ฟ้องในคดีแพ่งที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง หมายถึง จำนวนเงินรวมที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอให้จำเลยชำระ ไม่ว่ามูลหนี้จะมาจากรายเดียวหรือหลายรายรวมกัน หากรวมแล้วไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท คดีนั้นอยู่ในอำนาจศาลแขวง
ย่อคำพิพากษา
ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 ประกอบด้วยมาตรา 22 (3) บัญญัติให้ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้องไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท นั้นจำนวนเงินที่ฟ้องนี้หมายถึง จำนวนเงินรวมกันในคำฟ้องที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระไม่ว่าจำนวนเงินดังกล่าวจะเกิดจากมูลหนี้รายเดียวหรือมูลหนี้หลายรายรวมกันก็ตาม เมื่อรวมจำนวนเงินที่ฟ้องในมูลหนี้เหล่านั้นแล้วมีจำนวนไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทคดีก็อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาหากรวมกันแล้วเกินหนึ่งหมื่นบาทคดีก็ไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.15 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.22
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินตามเช็ค ๖ ฉบับจำนวนเงินฉบับละ ๕,๐๐๐บาท ซึ่งถึงกำหนดจ่ายเงินต่างวันกัน รวมเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทและเรียกดอกเบี้ยอีก ๑,๓๐๐ บาทรวมเป็น ๓๑,๓๐๐ บาท
ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้วมีคำสั่งว่าเช็คที่โจทก์ฟ้องจำเลยแต่ละฉบับจำนวนเงินไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา ไม่รับคำฟ้องให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมด
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ บัญญัติให้ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้องไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทนั้น จำนวนเงินที่ฟ้องตามบทบัญญัติดังกล่าวนี้ หมายถึงจำนวนเงินรวมกันในคำฟ้องที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระไม่ว่าจำนวนเงินดังกล่าวจะเกิดจากมูลหนี้รายเดียวหรือมูลหนี้หลายรายรวมกันก็ตาม เมื่อรวมจำนวนเงินที่ฟ้องในมูลหนี้เหล่านั้นแล้วมีจำนวนไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทคดีก็อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา หากจำนวนเงินที่ฟ้องในมูลหนี้รายเดียวหรือหลายรายรวมกันแล้วเกินหนึ่งหมื่นบาทคดีก็ไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา คดีนี้แม้หนี้ตามเช็คแต่ละฉบับตามฟ้องจะมีจำนวนเงินเพียง ๕,๐๐๐ บาท แต่เมื่อรวมหนี้ตามเช็คทั้ง ๖ ฉบับ และดอกเบี้ยแล้วเป็นจำนวนเงินที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยถึง ๓๑,๓๐๐ บาท คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2525
นายวันชัย วงษ์นุชา โจทก์
นายมนัส สุกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวันชัย วงษ์นุชา · จำเลย - นายมนัส สุกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา