คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2818/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่กล่าวติชมด้วยความเป็นธรรมในฐานะผู้เสนอญัตติเพื่อให้ที่ประชุมรับทราบเรื่องที่เสนอเข้าพิจารณา ไม่เป็นความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีและจดรายงานกระบวนพิจารณา แม้จะไม่ได้สืบพยานโจทก์โดยตลอด ก็ชอบที่จะทำคำพิพากษาได้
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีเป็นเจ้าพนักงานในเทศบาลผู้หนึ่งได้กล่าวอภิปรายในที่ประชุมสมาชิกสภาเทศบาลนั้น มิใช่เป็นการกระทำในหน้าที่ราชการของนายกเทศมนตรี และถ้อยคำที่จำเลยกล่าวก็เป็นการกล่าวติชมด้วยความเป็นธรรมในฐานะที่จำเลยเป็นผู้เสนอญัตติและเพื่อให้สมาชิกสภาเทศบาลรับทราบเรื่องที่จำเลยได้เสนอเข้าพิจารณาในที่ประชุม จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและหมิ่นประมาทโจทก์ ตามรายงานกระบวนพิจารณาครั้งสุดท้ายมีว่าคู่ความมีการเจรจาเพื่อตกลงกันโดยศาลช่วยไกล่เกลี่ยและศาลเห็นว่าคู่ความมีทางตกลงกันได้โดยโจทก์ขอเวลาไปไตร่ตรองเพื่อตัดสินใจ ขอให้ศาลเลื่อนการฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งไปก่อนเช่นนี้ ถือได้ว่าผู้พิพากษาผู้นั่งพิจารณาตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวเป็นผู้นั่งพิจารณาคดีนี้แล้ว แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าผู้พิพากษาผู้นั่งพิจารณานี้จะมิได้นั่งพิจารณาสืบพยานโจทก์โดยตลอดคงทำการพิจารณาและจดรายงานกระบวนพิจารณาครั้งสุดท้ายเพียงครั้งเดียวผู้พิพากษาผู้นั่งพิจารณานี้ชอบที่จะทำคำพิพากษาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,326 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพิษณุโลก ได้กล่าวอภิปรายในที่ประชุมสภาเทศบาลเมืองพิษณุโลก ด้วยข้อความตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องมีปัญหาว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวเป็นการหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์และจำเลยกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพิษณุโลกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในเทศบาลเมืองพิษณุโลกผู้หนึ่ง แต่การที่จำเลยกล่าวอภิปรายในที่ประชุมสมาชิกสภาเทศบาลเมืองพิษณุโลกมิใช่เป็นการกระทำในหน้าที่ราชการของนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพิษณุโลก และถ้อยคำที่จำเลยกล่าวก็เป็นการกล่าวติชมด้วยความเป็นธรรมในฐานะที่จำเลยเป็นผู้เสนอญัตติและเพื่อให้สมาชิกสภาเทศบาลเมืองพิษณุโลกรับทราบเรื่องที่จำเลยได้เสนอเข้าพิจารณาในที่ประชุม จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและหมิ่นประมาทโจทก์
ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า การที่นายดุสิต สิทธิฤทธิ์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาโดยมิได้นั่งพิจารณาสืบพยานโจทก์โดยตลอดคงทำการและจดรายงานกระบวนพิจารณาในครั้งสุดท้ายเพียงครั้งเดียวเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เห็นว่า แม้นายดุสิตจะมิได้นั่งพิจารณาสืบพยานโจทก์ในครั้งก่อน ๆ แต่คดีก็ยังมิได้มีคำพิพากษาถือว่าคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ทั้งปรากฏว่าในวันที่นายดุสิตนั่งพิจารณาตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่17 เมษายน 2530 มีการเจรจาเพื่อตกลงกันโดยศาลช่วยไกล่เกลี่ยและศาลเห็นว่าตามที่คู่ความเจรจากันมีทางตกลงกันได้ โจทก์ขอเวลาไปคิดไตร่ตรองเพื่อตัดสินใจ ขอให้ศาลเลื่อนการฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งไปก่อนเช่นนี้ถือได้ว่านายดุสิตเป็นผู้นั่งพิจารณาคดีนี้ด้วย จึงมีอำนาจทำคำพิพากษาและลงชื่อในคำพิพากษาได้ คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2818/2531
นาย ธวัชชัย สิงห์ สง่า โจทก์
นาย สุวรรณ อุบล เจริญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ธวัชชัย สิงห์ สง่า · จำเลย - นาย สุวรรณ อุบล เจริญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา