คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 993/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องให้เป็นความผิดที่ร้ายแรงกว่าเดิม และคดีนั้นเกินอำนาจศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาพิพากษาได้ ศาลฎีกาจะพิพากษากลับให้ยกฟ้องและให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสระหว่างพิจารณาผู้เสียหายถึงแก่ความตาย และได้มีการสอบสวนเพิ่มเติมแล้วโจทก์จึงขอแก้ฟ้องเป็นขอให้ลงโทษจำเลยฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายดังนี้กรณีมีเหตุอันควรและสมควรอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา163ศาลจะไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องเพราะเหตุเพียงว่าหากอนุญาตแล้วจะไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาหาได้ไม่ เมื่อศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องแล้วคดีเกินอำนาจศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 15 ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องและให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงพระนครใต้ ขอให้ลงโทษฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้นางมุ่ยฮั้วผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างการสืบพยานจำเลยผู้เสียหายถึงแก่ความตาย โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง เป็นขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง และฟังว่าจำเลยที่ 2 ประมาทฝ่ายเดียว พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300
โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วว่า ผู้เสียหายถึงแก่ความตายเนื่องจากเหตุรถชนกันตามฟ้องและพนักงานสอบสวนได้สอบสวนเพิ่มเติมในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้ว ทั้งปรากฏว่าศาลชั้นต้นยังมิได้พิพากษา การที่ศาลล่างทั้งสองอ้างเหตุ ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้และเพิ่มเติมฟ้องเพราะเหตุเพียงว่าหากอนุญาตแล้วศาลชั้นต้นจะไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา หาได้ไม่ เพราะไม่มีผู้ใดอาจคาดหมายได้ว่าผู้เสียหายจะถึงแก่ความตายหรือไม่ ทั้งโจทก์จะยื่นฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายใหม่อีกไม่ได้ กรณีเช่นนี้โจทก์จึงได้แต่ขอแก้ฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 เท่านั้น กรณีจึงมีเหตุอันควรและสมควรอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้
เมื่อศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องแล้ว คดีเกินอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่อาจวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงต่อไปได้
พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 993/2527
พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์
นายสงวน เลิศโวหาร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ · จำเลย - นายสงวน เลิศโวหาร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา