⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 873/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าผู้กระทำรับทรัพย์สินไว้โดยรู้ว่าเป็นของที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์โดยตรง เนื่องจากองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรได้รวมถึงเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 ไว้แล้ว

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ไม่จำต้องบรรยายว่า รับไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นของร้ายอย่างในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 321 ฉะนั้น เมื่อโจทก์บรรยายเพียงว่าจำเลยบังอาจรับทรัพย์ของผู้เสียหายซึ่งถูกลักไปนั้นไว้จากคนร้ายผู้ได้ทรัพย์นั้นมาในการทำผิดฐานลักทรัพย์ ดังนี้ ก็ครบองค์ความผิดและชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว เพราะการทำความผิดฐานนี้ต้องประกอบด้วยเจตนาตามมาตรา 59 อยู่แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.43 กฎหมายลักษณะอาญา ม.321 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ คืนรถจักรยานของกลางแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดแม่สอดพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจร ให้จำคุก ๖ เดือน คืนของกลางแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงว่าจำเลยรับรถจักรยานไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นรถที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญแห่งความผิดฐานรับของโจร จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ คืนของกลางแก่เจ้าของ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้ปรึกษาในที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรมีว่า "จำเลยบังอาจรับรถจักรยานของนายผจญ ทัศนสุวรรณ ซึ่งถูกคนร้ายลักเอาไปไว้จากคนร้ายซึ่งได้รถนั้นมาโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์" นั้น ได้ความครบถ้วนตามองค์แห่งความผิดรับของโจร มาตรา ๓๕๗ แล้ว ความผิดฐานนี้มีองค์ประกอบการรู้ว่าเป็นของร้ายอยู่ในตัวแล้ว เพราะต้องประกอบด้วยเจตนาตามมาตรา ๕๙ อยู่แล้ว ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้บรรยายในฟ้องตามแบบอย่างแต่เดิมว่ารับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ก็เป็นการเพียงพอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ข้อที่ว่าจำเลยกระทำความผิดนี้โดยเจตนานั้น เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบต่อไป จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2504 อัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด โจทก์ นายเจริญ สุจริตจันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด · จำเลย - นายเจริญ สุจริตจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแม่สอด - นายพจน์ บุญเลี้ยง · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 729/2483ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 3237/2543ฎีกา 884/2484ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา