คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 118/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายมีกระบวนการเฉพาะที่แตกต่างจากการฟ้องคดีแพ่งทั่วไป จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการทิ้งฟ้องคดีแพ่งสามัญมาใช้บังคับได้ และการที่เจ้าหนี้ไม่ไปตามนัดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อสืบพยานหลักฐาน ไม่ถือว่าขาดนัดพิจารณาโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติล้มละลาย ได้บัญญัติกระบวนพิจารณาเรื่องการขอรับชำระหนี้ไว้โดยเฉพาะเพื่อให้เจ้าหน้าได้รับความสดวก รวดเร็ว และเสียค่าใช้จ่ายน้อยมีลักษณะไม่เหมือนกับการฟ้องคดี ฉะนั้น จึงนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการทิ้งฟ้องเช่นคดีแพ่ง สามัญมาใช้ไม่ได้
การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมายนัดให้เจ้าหน้าที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้นำพยานหลักฐานไปให้สวบสวนนั้น เมื่อเจ้าหนี้ไม่ไปตามนัด จะถือว่าขาดนัดพิจารณาโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งย่อมไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ เดิมศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด ผู้ร้องได้ยื่นคำขอชำระหนี้ ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานศาลว่า ผู้ร้องกับเจ้าหนี้ รายอื่นได้รับหมายนัดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ๒ ครั้งแล้ว แต่ไม่นำพยานไปให้สอบสวน ขอให้จำหน่ายคำขอรับชำระหนี้
ศาลแพ่งสั่งจำหน่ายคำขอรับชำระหนี้
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลแพ่ง ให้ศาลแพ่ง ดำเนินการในเรื่องคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องต่อไป
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้บัญญัติกระบวนพิจารณาไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับความสดวก เสียค่าใช้จ่ายน้อย และเพื่อให้รอดเร็ว วิธีการไม่มีลักษณะเหมือนการฟ้องคดีจึงจะนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการทิ้งฟ้องเช่นคดีแพ่งสามัญมาใช้ไม่ได้
ส่วนการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมายนัดให้เจ้าหน้านำพยานหลักฐานไปให้สอบสวนในเรื่องคำขอรับชำระหนี้ที่ไม่มีผู้โต้แย้งรายนี้นั้น ไม่ใช่เป็นการกำหนดวันเริ่มต้นนัดการสืบพยาน เมื่อเจ้าหนี้ไม่ไปตามนัด จะถือว่าขาดนัดพิจารณาโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๑ ย่อมไม่ได้ และการจำหน่ายคดีนั้น จะถือว่า มีผลเท่ากับยกคำขอรับชำระหนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะการจำหน่ายคดีในแพ่งสามัญ เจ้าหนี้ อาจยื่นฟ้องได้ใหม่ แต่ขอคำรับชำระหนี้ ในคดีล้มละลาย ไม่มีทางปฏิบัติเช่นนั้นได้ กล่าวคือ กว่าจะมีการสั่งประการใด ก็ล่วงเลยกำหนดเวลาที่จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ ใหม่เสียแล้ว วิธีการเป็นคนละอย่าง ไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เรื่องการขาดนัดพิจารณามาอนุโลมใช้ในเรื่องคำขอรับชำระหนี้รายนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 118/2505
นายสอาด เนาว์ถิ่นสุข โจทก์
บริษัทพลอิศรวัฒน์ จำกัด จำเลย
นายสมิทย์ กับนางจรัสศรี ประทุมรัตน์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสอาด เนาว์ถิ่นสุข · จำเลย - บริษัทพลอิศรวัฒน์ จำกัด · ผู้ร้อง - นายสมิทย์ กับนางจรัสศรี ประทุมรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สารกิจปรีชา · ไชยเจริญ สันติศิริ · พจน์ ปุษปาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา