⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1239/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2505

ป.พ.พ. ม.5, 112, 164 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งยอมรับผิดต่ออีกบุคคลหนึ่งในกรณีที่บุคคลนั้นต้องเสียหายจากการค้ำประกันบุคคลภายนอก ถือเป็นสัญญาธรรมดาที่มีอายุความ 10 ปีตามมาตรา 164 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากการชำระหนี้ดังกล่าวเป็นไปโดยสุจริต

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขอให้โจทก์ค้ำประกันบุคคลผู้ส่งข้าวไปขายต่างประเทศต่อกระทรวงเศรษฐการ โดยจำเลยยอมรับผิดต่อโจทก์ ถ้าโจทก์ต้องเสียหายอย่างใด ๆ ในการค้ำประกันนั้น ดังนี้ ไม่ใช่เป็นสัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 แต่เป็นสัญญาธรรมดาระหว่างโจทก์ จำเลย เมื่อโจทก์ต้องชำระหนี้ค่าข้าวแทนบุคคลนั้นโดยสุจริต ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยใช้เงินนั้นได้โดยต้องใช้อายุความ 10 ปีตามมาตรา 164 ไม่ใช่ 5 ปีตามมาตรา 165

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.169 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขอให้โจทก์ค้ำประกันห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงไทยให้แก่กระทรวงเศรษฐการในการจัดสรรข้าวไปจำหน่ายต่างประเทศ ถ้าโจทก์เสียหายจำเลยยอมรับผิด ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงไทยค้างชำระค่าข้าวดังกล่าว ๑๒๖ ปอนด์ ๑๖ ชิลลิง กระทรวงเศรษฐการได้ทวงถามห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงไทย ๆ ไม่ชำระ โจทก์ต้องชำระให้กระทรวงเศรษฐการ ๗,๒๘๒.๐๘ บาท แล้วจำเลยไม่ชำระเงินให้โจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยใช้เงินดังกล่าว จำเลยต่อสู้ว่า ได้บอกโจทก์แล้วว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงไทยไม่มีหนี้สินติดค้างกระทรวงเศรษฐการ โจทก์ละเลยไม่ยกขึ้นต่อสู้จึงไม่มีสิทธิไล่เบี้ยจากจำเลย และสิทธิเรียกร้องของกระทรวงเศรษฐการก็ขาดอายุความแล้ว ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยขอให้โจทก์ค้ำประกันห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงไทยในการส่งข้าวออกนอกประเทศต่อกระทรวงเศรษฐการ เพื่อตอบแทนการที่โจทก์ลงนามในหนังสือค้ำประกันดังกล่าว เป็นเงิน ๑๙,๘๘๐ ปอนด์ จำเลยยอมรับผิดมิให้โจทก์ต้องเสียหายอย่างใดทั้งสิ้นนั้น มิใช่สัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๐ เป็นสัญญาธรรมดาระหว่างโจทก์กับจำเลยว่าถ้าโจทก์เสียหายในการค้ำประกันห้างหุ้นส่วนแสงไทย จำกัด อย่างใด ๆ จำเลยยอมรับผิดทั้งสิ้น จำเลยจึงจะยกบทกฎหมายเรื่องผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดมาใช้แก่โจทก์ไม่ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ไปโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕ แล้ว และในกรณีเช่นนี้ต้องใช่อายุความ ๑๐ ปีตามมาตรา ๑๖๔ ไม่ใช่ ๕ ปีตามมาตรา ๑๖๕ จำเลยต้องรับผิดใช้เงินโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2505 ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด โดยนายยม ตัณฑเศรษฐี กรรมการผู้ จัดการ โจทก์ บริษัท เคี่ยนหงวน (ไทย) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกรรมการผู้ - ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด โดยนายยม ตัณฑเศรษฐี · โจทก์ - จัดการ · จำเลย - บริษัท เคี่ยนหงวน (ไทย) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · สัญญา ธรรมศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุปัน พูลพัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอินท์ อุดล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1800/2511ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4082/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1079/2497ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5654/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 1808/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 602/2490ฎีกา 6555/2538ฎีกา 960/2485ฎีกา 710/2499ฎีกา 365/2534ฎีกา 7900/2538ฎีกา 1361/2527ฎีกา 1309/2511ฎีกา 2105/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา