คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7900/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมรสซ้อนเป็นโมฆะ และการกระทำที่ทำให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จตกทอดไม่ได้รับเงินนั้น ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิ
การใช้สิทธิฟ้องคดีโดยมีเจตนาอื่นแอบแฝง หรือโดยไม่สุจริต อาจทำให้การฟ้องคดีนั้นไม่มีผลตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยจดทะเบียนสมรสซ้อนกับ บ. สามีโจทก์ เป็นการสมรสซ้อนต้องห้ามตามกฎหมายและจำเลยไปขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของ บ.อันจะเป็นเหตุให้โจทก์มิได้รับเงินนั้น เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของ บ.เท่านั้นทั้ง ๆ ที่โจทก์ได้จดทะเบียนสมรสและอยู่กินฉันสามีภริยากับชายอื่น โดยโจทก์มิได้ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู บ. แต่อย่างใด และต่างฝ่ายต่างทิ้งร้างกันไปมีคู่สมรสใหม่แล้ว จำเลยย่อมไม่อาจทราบได้ว่าโจทก์ยังมิได้หย่าขาดจาก บ. การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุมาลี แรมลี · จำเลย - นางเรณู ดวงมั่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด ไตรโสรัส · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอน - นายสมชาย อักษรารัตนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา