คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความตกลงให้เจ้าพนักงานศาลเป็นพยานในการสาบานตามที่ตกลงกันนั้น ถือเป็นพยานหลักฐานที่ศาลรับฟังได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คู่ความตกลงท้ากัน ถ้าจำเลยสาบานว่าได้ชำระเงินให้โจทก์แล้วโจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดี ถ้าจำเลยไม่ยอมสาบาน จำเลยยอมแพ้ ศาลจึงให้จ่าศาลไปเป็นพยานในพิธี สาบาน โดยที่จ่าศาลเป็นพนักงานของศาล เมื่อไม่ปรากฏเป็นอย่างอื่น รายงานและคำแถลงของจ่าศาลจึงเชื่อถือได้ ฉะนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมสาบานจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือขายที่นา ๑ แปลงราคา ๕,๐๐๐ บาท และที่นาที่สวนอีก ๑ แปลง ราคา ๒,๘๐๐ บาท โดยมิได้จดทะเบียน แต่โจทก์ได้ครอบครองที่ตลอดมาและได้ขอให้จำเลยโอนขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยผัดเพี้ยน จึงขอให้บังคับ
จำเลยให้การว่า ได้ขายที่นาราคา ๕,๐๐๐ บาทให้โจทก์และได้ขอซื้อคืน ๖,๐๐๐ บาท ชำระเงินไปแล้ว ๕,๐๐๐ บาทอีก ๑,๐๐๐ บาทสัญญาจะชำระในเวลาต่อมา และได้ชำระไปแล้วแต่โจทก์ไม่ออกใบรับให้
วันนัดสืบพยาน โจทก์จำเลยตกลงท้ากันว่า ถ้าจำเลยทั้งสองสาบานต่อหน้าหลวงพ่อโต วัดมหาพุทธารามว่าได้ชำระเงิน ๑,๐๐๐ บาทให้โจทก์ โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีเกี่ยวกับนาพิพาท แต่ถ้าจำเลยไม่ยอมสาบาน จำเลยยอมแพ้
ศาลชั้นต้นให้จ่าศาลไปเป็นพยานหลักฐานในพิธีสาบาน ต่อมาในวันเดียวกันนั้นจ่าศาลรายงานต่อศาลว่า ไปทำพิธีสาบาน จำเลยไม่ยอมสาบานและดื่มน้ำสาบาน จำเลยยื่นคำแถลงขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานไปทำพิธีสาบานอีก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ยอมสาบานพิพากษาให้จำเลย โอนขายที่พิพาทให้โจทก์ หากไม่ไปก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและสั่งคำแถลงของจำเลย แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยทั้งสองได้ลงชื่อไว้ในรายงานพิจารณาของศาล ซึ่งแสดงว่าจำเลยได้ทราบข้อความและคำท้าในการสาบานดีแล้ว และจ่าศาลก็ได้รายงานว่าได้อธิบายให้จำเลยทั้งสองทราบตามรายงานพิจารณาของศาลแล้วด้วย จำเลยเซ็นชื่อนามสกุลโดยเขียนเป็นหนังสือไทยได้ ที่ว่าไม่เข้าใจภาษาไทยเป็นการอ้างลอย ๆ จ่าศาลเป็นพนักงานของศาล ไม่ปรากฏว่ารายงานโดยไม่สุจริตอย่างไร คำแถลงและรายงานของจ่าศาลจึงเชื่อถือได้ ฉะนั้น ข้อที่จำเลยอ้างว่าไม่เข้าใจและไม่ทราบผลได้เสียของการสาบานจึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ว่าเหตุการณ์เกิดลับหลังศาล จะฟังแต่รายงานของจ่าศาลโดยไม่ได้สอบก่อนเป็นการไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะเท่าที่ศาลชั้นต้นปฏิบัติมานั้น ได้กระทำโดยชอบแล้ว ไม่มีเรื่องจะต้องไต่สวนอย่างใดอีก
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2505
นายทองใบ นามปัญญา โจทก์
นายลี บุญยง ที่ 1 นางทุมเมีย บุญยง ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองใบ นามปัญญา · จำเลย - นายลี บุญยง ที่ 1 นางทุมเมีย บุญยง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สารกิจปรีชา · ไชยเจริญ สันติศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายแถม กุลนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทองคำ จารุเทติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา