⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1646/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเกินกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ถูกแย่งการครอบครองไป ศาลชอบที่จะยกฟ้องโจทก์ได้ แม้จำเลยจะมิได้ยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความขึ้นไว้ในคำให้การก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงในห้องสำนวนฟังได้ว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองไปจากโจทก์ และโจทก์มิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองจนเกินกว่า 1 ปีแล้ว ศาลก็ชอบที่จะยกมาตรา 1375 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ขึ้นวินิจฉัยให้ยกฟ้องโจทก์เสียได้ แม้จำเลยจะมิได้ยกมาตรานี้เป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การด้วยก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.193 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1386

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องความว่าโจทก์ เป็นบิดาของนายแบนหรือจิตรผู้เยาว์ นายแบนเป็นเจ้าของสวนยางพิพาท ๑ แปลง ราคา ๗,๐๐๐ บาท ได้รับมรดกจากนางเพียรมารดาถือสิทธิครอบครองมา เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๐๑ จำเลยทั้ง ๒ ได้เข้าบุกรุกทำลายหลักเขต ฟันต้นยางและกรีดเอาน้ำยางของโจทก์ในที่พิพาท โจทก์ห้าม จำเลยก็ไม่เชื่อฟัง จึงฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปและห้ามจำเลยและยริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาท กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑,๐๐๐ บาทด้วย จำเลยทั้งสามให้การความกว่า จำเลยที่ ๑ - ๒ เป็นสามีภรรยากัน จำเลยที่ ๓ เป็นมารดาจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสามไม่ได้บุกรุก ไม่ได้ทำลายหลักเขตหรือฟันต้นยางของโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ความจริงที่ดินจำเลยที่ ๓ อยู่ติดต่อกับที่ดินของนางเพียรนายคล้าย นางเพียรตายเมื่อ ๕-๖ ปีมานี้ ที่ดินของนางเพียรตกได้แก่นายคล้ายสามีกับบุตรปกครองมา ระหว่างนายคล้ายกับจำเลยได้ปกครองกันเป็นส่วนสัดมิได้รุกล้ำกัน หลักเขตก็ไม่มี นายเปรมโจทก์เดิมเป็นสามีเก่านางเพียร มีบุตรด้วยกัน คือ นายแบนนี้ นายเปรม เลิกร้างกับนางเพียร ๑๗ - ๑๘ ปีแล้ว นางเพียรจึงได้กับนายคล้าย และได้ปกครองที่ดินที่ติดต่อกับที่ดินจำเลยนี้ ต่อมานางเพียรตาย โจทก์จึงฟ้องขอแบ่งมรดกของนางเพียรในนามของนายแบนบุตร ศาลเปรียบเทียบให้ที่ดินบ้านตกได้แก่นายแบน ส่วนที่นาอีก ๒ แปลงให้ได้แก่บุตรนางเพียรที่เกิดด้วยนายคล้าย นายคล้ายจึงออกจากที่บ้านนี้ไป โจทก์จึงเข้าครอบครองที่บ้านเดิมของนางเพียรในนามของนายแบนบุตร แต่ด้วยความโลภและไม่รู้เขตแดนจึงมีกรณีวิวาทกับจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม และฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมา จำเลยมิได้ยกอายุความแบ่งการครอบครองขึ้นต่อสู้ จำเลยเจ้าไปทำอย่างไรก็หาทำให้จำเลยได้สิทธิครอบครองไม่ จำเลยตัดต้นยางเพยง ๑ ต้นคิดเป็นเงิน ๔๗ บาท พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีภายหลังที่จำเลยแบ่งการครอบครองถึง ๒ ปีเศษ แม้เดิมที่พิพาทจะเป็นของโจทก์ โจทก์ก็หมดสิทธิฟ้องเรียกคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๗๕ และตามนัยฎีกาที่ ๑๖๙๔ - ๑๖๙๕/๒๕๐๐ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้บุกรุกที่พิพาทมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ และนับเวลาแต่นั้นมาจนถึงวันโจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกว่า ๑ ปีแล้ว จึงมีปัญหาว่าศาลจะยกมาตรา ๑๓๗๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาวินิจฉัยให้ยกฟ้องโจทก์เสียได้หรือไม่ในเมื่อจำเลยมิได้อ้างมาตรานี้เป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การด้วย ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยปัญหานี้ว่า กำหนดเวลาให้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน ๑ ปีตามมาตรา ๑๓๗๕ นั้น เมื่อไม่ได้ฟ้องภายในกำหนดดังกล่าวนี้ย่อมเสียสิทธิที่จะเอาคืนซึ่งการครอบครองที่หลุดมือไปแล้วนั้นทันที และพร้อมกันนั้น อีกฝ่ายหนึ่งก็ได้สิทธิเพิ่มขึ้นใหม่อีกที่จะไม่ต้องคืนการครอบครองให้แก่ผู้ที่ตนแย่งมา ฉะนั้น เมื่อข้อเท็จจริงในฟ้องสำนวนฟังได้ว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองไปจากโจทก์และโจทก์มิได้ฟ้องคดีเพื่อเาอคืนซึ่งการครอบครองจนเกินกว่า ๑ ปีแล้ว โจทก์ก็เสียสิทธิที่จะเอาคืนซึ่งการครอบครองไปเด็ดขาดแล้วตั้งแต่ก่อนฟ้อง โดยไม่มีทางจะอ้างอย่างใดเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองจากจำเลยก็สูญเสียไปหมดแล้ว คดีของโจทก์จึงปราศจากข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาให้จำเลยต้องรับผิด ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาให้ยกฟ้องของโจทก์เสียได้ โดยไม่จำเป็นที่จำเลยจะต้องอ้างมาตรา ๑๓๗๕ ที่ว่านั้นเป็นข้อต่อสู้ขึ้นมาด้วยก็ได้ และมิต้องคำนึงว่ากำหนดเวลาตามมาตรา ๑๓๗๕ นี้จะเป็นอายุความฟ้องร้องตามกฎหมายหรือไม่แต่อย่างใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2505 นายปราม รัตนบุรี หรือนายจิตร รัตนบุรี ผู้เยาว์ โจทก์ นางแย้ม หนูวรรณา กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความหรือนายจิตร - นายปราม รัตนบุรี · โจทก์ - รัตนบุรี ผู้เยาว์ · จำเลย - นางแย้ม หนูวรรณา กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายสอน ทองเหลือง · ศาลอุทธรณ์ - นายบุศย์ ขันธวิทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 6405/2550ฎีกา 7619/2543ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1940/2539ฎีกา 6052/2537ฎีกา 2938/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1575/2531ฎีกา 2923/2535ฎีกา 7546/2542ฎีกา 178/2485ฎีกา 602/2490ฎีกา 3352/2529ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา