⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 203/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2505

ป.อาญา ม.1, 264, 265 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำแบบสัญญาเช่าที่โจทก์ลงชื่อแล้วไปกรอกข้อความเพิ่มเติมโดยที่โจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ถือเป็นการกระทำที่ทำให้เอกสารนั้นเป็นเอกสารที่ใช้ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ และจำเลยย่อมมีความผิดฐานปลอมเอกสาร

ย่อคำพิพากษา

ภรรยาโจทก์มอบแบบสัญญาเช่าที่โจทก์ลงชื่อแล้วในช่องผู้ให้เช่าให้จำเลยขอยืมไปเพื่อให้คนอื่นดู ต่อมาจำเลยกลับไปกรอกข้อความว่า โจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย เช่นนี้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานปลอมเอกสาร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจนำแบบพิมพ์สัญญาเช่าซึ่งโจทก์ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้ให้เช่าไปจัดการกรอกข้อความลงในช่องว่าง ทำให้แบบพิมพ์สัญญาเช่ามีข้อความว่าโจทก์ได้ยินยอมให้จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า เอกสารนั้นเป็นหลักฐานการเช่า น่าจะได้ทำกันด้วยความรู้เห็นยินยอมของโจทก์ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๑ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์กับภรรยาและจำเลยกับสามีได้ติดต่อเกี่ยวข้องกันอยู่ โดยสามีจำเลยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างตึกแถวให้โจทก์จำเลยมาช่วยสามีภายหลังได้ช่วยหาคนเช่าตึกแถวของโจทก์ด้วย โจทก์จำเลยอาศัยอยู่ในตึกแถวที่สร้างนั้นห้องหนึ่ง ในระหว่างก่อสร้าง ต่อมาจำเลยมาขอยืมแบบสัญญาเช่าไปให้ผู้ที่จะขอเช่าใหม่ดู นางไสวภรรยาโจทก์ให้นางสาวชุลีย์หยิบสัญญา เช่าที่โจทก์ลงชื่อไว้แต่ยังมิได้กรอกข้อความให้จำเลยไป ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยเช่าห้องโจทก์ ในชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้ากรเจือสมโจทก์ว่า โจทก์มอบสัญญาเช่าที่โจทก์ลงชื่อแล้วให้จำเลยไปกรอกรายการและหาพยานเอง ต่อมาในชั้นพิจารณาจำเลยจึงว่าโจทก์ลงชื่อให้สัญญานั้น นอกจากนี้การตกลงหักเงินกินเปล่า ๓๐,๐๐๐ บาท สำหรับการเช่าห้องกับค่าเสียหายตามที่จำเลยอ้าง ก็ไม่อาจฟังได้ จึงน่าเชื่อว่านางไสวมอบแบบสัญญาที่โจทก์ลงชื่อแล้วให้จำเลยขอยืมไป ต่อมาจำเลยบอกว่าหายไปแล้ว จำเลยกลับไปจัดการกรอกรายการว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าห้องของโจทก์พยานหลักฐานจำเลยไม่สามารถหักล้างได้ จำเลยจึงมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2505 นายสุคนธ์ ผาติพงศ์ โจทก์ นางจู แซ่ซองหรือโซ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุคนธ์ ผาติพงศ์ · จำเลย - นางจู แซ่ซองหรือโซ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ประมูล สุวรรณศร · อรรถไพศาลศรุดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายบัญญัติ สุขารมณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด สุทธิเสวันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6538/2562ฎีกา 2593/2521ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 915/2566ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 7364/2538ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3081/2527ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 8496/2558ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2092/2564ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 3800/2564ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา