⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 324/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 324/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในคดีแพ่งต้องพิจารณาประกอบพฤติการณ์แห่งคดีว่าควรเชื่อฟังเป็นความจริงได้เพียงใด จะถือเอาเพียงข้อแตกต่างเล็กน้อยแห่งคำพยานมาเป็นเหตุยกฟ้องไม่ได้ 2. การด่าบุพการีด้วยถ้อยคำหยาบคายอย่างร้ายแรง ถือเป็นการประพฤติเนรคุณต่อผู้ให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2) ผู้ให้สามารถเรียกทรัพย์สินที่ให้โดยเสน่หาคืนได้

ย่อคำพิพากษา

การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในคดีแพ่งควรเป็นไปโดยลักษณะความแพ่งกล่าวคือเทียบเคียงน้ำหนักคำพยานประกอบด้วยพฤติการณ์แห่งคดีว่าจะควรเชื่อฟังเป็นความจริงตามโจทก์ฟ้องได้เพียงใดจะถือเอาเพียงข้อแตกต่างแห่งคำพยานโจทก์บางคนที่เบิกความไม่ตรงกันมาเป็นเหตุยกฟ้องนั้นสำหรับคดีนี้ไม่ชอบ บุตรได้ด่ามารดาว่า อีดอกทอง อีแก่เจ้าเล่ห์ เป็นคนร้อยลิ้นไม่นับถือเป็นแม่ ถือว่าเป็นถ้อยคำด่าหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรงเป็นการประพฤติเนรคุณต่อมารดาผู้ให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2) แล้วมารดาเรียกทรัพย์ที่ให้บุตรโดยเสน่หาคืนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกที่ดิน 3 แปลงถอนคืนการให้เพราะเหตุจำเลยผู้รับประพฤติเนรคุณ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ยกข้อแตกต่างของคำพยานโจทก์มาเป็นเหตุไม่เชื่อคำพยานโจทก์ ศาลฎีกากล่าวว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งมิใช่คดีอาญา การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในคดีจึงควรเป็นไปโดยลักษณะความแพ่งกล่าวคือ เทียบเคียงน้ำหนักคำพยานประกอบด้วยพฤติการณ์แห่งคดีว่าจะควรเชื่อฟังเป็นความจริงตามโจทก์ฟ้องได้เพียงใดจะถือเอาเพียงข้อแตกต่างแห่งคำพยานโจทก์บางคนที่เบิกความไม่ตรงกันมาเป็นเหตุยกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นด้วย เพราะประเด็นในคดีมีเพียงว่า จำเลยได้ด่าหมิ่นประมาทโจทก์เป็นการประพฤติเนรคุณจริงหรือไม่ ศาลฎีกาเชื่อพยานโจทก์ว่า จำเลยได้ด่าโจทก์ผู้เป็นมารดาด้วยถ้อยคำเช่น อีดอกทอง อีแก่เจ้าเล่ห์ เป็นคนร้อยลิ้นไม่นับถือเป็นแม่เป็นต้น ตรงกับที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องแล้ว ถือว่าเป็นถ้อยคำที่จำเลยด่าหมิ่นประมาทโจทก์มารดาอย่างร้ายแรง เป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ผู้ให้แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2) โจทก์เรียกทรัพย์ที่ให้จำเลยโดยเสน่หาคืนได้ โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินเพิกถอนคืนการให้ 3 แปลง แต่ปรากฏว่าแปลงหนึ่งโจทก์ขายให้จำเลย จึงเรียกคืนไม่ได้ คงเรียกคืนได้เฉพาะ 2 แปลงที่โจทก์ให้จำเลยโดยเสน่หา ศาลฎีกาพิพากษาแก้ โดยให้เพิกถอนการให้ที่ดิน 2 แปลงในส่วนที่โจทก์โอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยโดยเสน่หาคืนให้โจทก์ไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 324/2505 นางหลี แต่งัก (หม้าย โจทก์ นางกิมฮวย แต่งัก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหลี แต่งัก (หม้าย · จำเลย - นางกิมฮวย แต่งัก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำราญ ศิริพันธ์ · ประมูล สุวรรณศร · สนิท สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 2307/2518ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 2732/2534ฎีกา 824/2535ฎีกา 698/2537ฎีกา 149/2526ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1969/2515ฎีกา 2752/2537ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 206/2510ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1234/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา