⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 393-395/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393-395/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ลายเซ็นในเอกสารแล้ว ผลการพิสูจน์นั้นย่อมผูกพันคู่ความ และห้ามมิให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอถอนคำท้าโดยอ้างลอยๆ โดยพลการ

ย่อคำพิพากษา

คู่ความท้ากันให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิสูจน์ลายเซ็นในเอกสาร ถ้าผู้เชี่ยวชาญว่าอย่างไรข้ออื่น ๆ เป็นอันไม่โต้เถียงกันนั้น เมื่อผู้เชี่ยวชาญส่งผลการพิสูจน์มาแล้วอันตรงกับข้อท้าโจทก์ย่อมจะมาขอถอนคำท้าโดยอ้างลอย ๆ ซึ่งจำเลยมิได้ตกลงด้วยหาได้ไม่ ศาลย่อมไม่อนุญาตให้ถอนคำท้านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสามสำนวนนี้เกี่ยวเนื่องกันศาลจึงสั่งพิจารณารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินมือเปล่าหนึ่งแปลงเป็นของโจทก์ และห้ามจำเลยมิให้ขัดขวาง จำเลยให้การปฏิเสธ สำนวนที่สอง โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว และห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยให้การปฏิเสธ สำนวนที่สาม ขอให้ศาลสั่งว่าที่งอกเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่และให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้าง จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนลงมือสืบพยาน คู่ความท้ากัน ศาลอนุญาตให้เป็นไปตามคำท้านั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เป็นไปตามคำท้า คือ ให้โจทก์เป็นฝ่ายแพ้ ให้โจทก์รื้อเรือนโรงออกไปจากที่ดินพิพาทและใช้ค่าเช่าที่ค้าง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ก่อนสืบพยาน คู่ความต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทว่าเป็นของตน จำเลยอ้างว่าโจทก์ เคยทำสัญญาเช่าจากตน โจทก์ปฏิเสธสัญญาคู่ความเถียงความจริงเท็จของลายมือ จึงได้เกิดท้าให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิสูจน์กันขึ้น ถ้าผู้เชี่ยวชาญว่าอย่างไร ข้ออื่น ๆ ก็เป็นอันไม่โต้เถียงกัน ฉะนั้น การท้ากันในคดีนี้ จึงขึ้นอยู่กับคำผู้เชี่ยวชาญอันเป็นการวินิจฉัยความจริงเท็จของลายมือในเอกสารซึ่งถือว่าเป็นพยานหลักฐานในคดีอันเป็นการดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาอย่างหนึ่ง หาใช่นอกเหนือกระบวนวิธีพิจารณาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาอ้างบทกฎหมายมาชอบแล้ว ข้อที่โจทก์อ้างว่าได้ถอนคำท้าก่อนแล้วนั้น เห็นได้ว่า เมื่อศาลได้บันทึกตั้งประเด็นข้อท้าจนเป็นที่พอใจของคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว เมื่อกองวิทยาการกรมตำรวจได้ส่งรายงานผลของการพิสูจน์มาหลายวัน ศาลจึงได้นัดคู่ความมาฟังผลของการพิสูจน์แต่ในวันเดียวกันนั้น ก่อนที่ศาลจะได้แจ้งผลการพิสูจน์ให้คู่ความทราบ โจทก์ก็ชิงขอถอนคำท้าขอให้ศาลสั่งเลิกคำท้าตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อข้อท้าและผลของการพิสูจน์ตรงกับข้อที่ท้า โจทก์จะมาขอถอนดังนี้ ศาลชั้นต้นจึงไม่อนุญาต เพราะการสุจริตหรือทุจริตไม่เกี่ยวกับปัญหาที่จะยกขึ้นว่ากันในชั้นนี้ ทั้งนอกข้อตกลงท้าด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงท้ากันระหว่างโจทก์จำเลยนี้ เกิดขึ้นด้วยความยินยอมด้วยกันทั้งสองฝ่าย ก็เมื่อได้ยินยอมตกลงกันแล้ว เพียงแต่โจทก์ฝ่ายเดียวมาถอนโดยจำเลยมิได้ตกลงด้วยหาได้ไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุที่โจทก์อ้างมาขอถอนการตกลงก็เพียงแต่ว่าการตรวจไม่บริสุทธิ์ใจ เพราะทราบว่าจำเลยมีอิทธิพล เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ หามีหลักฐานสนับสนุนไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ถอนคำท้านั้นก็เป็นการถูกต้องแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393 - 395/2505 นางตา สร้อยเพ็ชร์ โจทก์ นายกิม กลิ่นเนียม จำเลย นางตา สร้อยเพ็ชร โจทก์ นายจั่น กลิ่นเนียม จำเลย นายกิม กลิ่นเนียม โจทก์ นายเอ๋ หรือใช้ฮั้ว สร้อยเพ็ชร กับพวก รวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางตา สร้อยเพ็ชร์ · จำเลย - นายกิม กลิ่นเนียม · โจทก์ - นางตา สร้อยเพ็ชร · จำเลย - นายจั่น กลิ่นเนียม · โจทก์ - นายกิม กลิ่นเนียม · จำเลย - นายเอ๋ หรือใช้ฮั้ว สร้อยเพ็ชร กับพวก รวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยเจริญ สันติศิริ · จำรูญเนติศาสตร์ · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสงวน สิทธิไชย · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ หุตะสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 946/2509ฎีกา 766/2543ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1275/2482ฎีกา 3053/2527ฎีกา 506/2530ฎีกา 7339/2540ฎีกา 57/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา