คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงมูลเหตุที่มาของการทำสัญญากู้เงินใหม่ โดยการนำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบกับต้นเงินเดิม ถือเป็นการสืบข้อเท็จจริงแวดล้อมเพื่อแสดงว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้ตามฟ้องจริง และไม่ต้องกล่าวอ้างเรื่องการแปลงหนี้ใหม่ในฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ที่โจทก์อ้างในฟ้องว่า จำเลยได้ทำให้ไว้สัญญาดังกล่าวนี้จะสืบเนื่องมาจากการแปลงหนี้ใหม่หรือไม่ ไม่เป็นข้อสำคัญโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์และได้รับเงินไปครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ต่อมานำสืบว่า เอาสัญญากู้รายเก่ามาเปลี่ยนทำสัญญากู้ใหม่ โดยเอาดอกเบี้ย ที่ค้างทบกับต้นเงินรวมเป็นจำนวนเงินกู้ ใหม่ในสัญญาที่โจทก์ฟ้องนั้น เป็นการสืบมูลเหตุที่มาสู่การทำสัญญากู้ เป็นการสืบข้อเท็จจริงแวดล้อมเพื่อแสดงว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้ตามฟ้องจริงและได้มีการตกลงให้ถือว่าจำเลยได้รับเงินแล้วอย่างไร ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้อง และโจทก์ไม่ต้องกล่าวอ้างตั้งประเด็นเรื่องแปลงหนี้ ใหม่มาในฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๔,๒๘๒ บาท ดังสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง จำเลยได้รับเงินไปแล้วถึงกำหนดแล้วไม่ชำระให้ ขอให้บังคับให้จำเลยใช้เงินต้นกับดอกเบี้ย
จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่เคย ทำสัญญากู้ตามฟ้อง สัญญานั้นเป็นสัญญาปลอม จำเลยเคยกู้เงินโจทก์ ๑๐๐ บาท ก็ได้ใช้ให้แล้ว แต่โจทก์ไม่คืนสัญญาให้
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกู้เงินโจทก์จริง พิพากษาให้จำเลยใช้เงินต้นและดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาดังที่เคยอุทธรณ์มาแล้วโดยมีปัญหาข้อกฎหมายว่า พยานของโจทก์ไม่รู้เห็นว่ามีการส่งมอบเงินที่ให้กู้ โจทก์กลับนำสืบว่า เอาสัญญากู้รายเก่ามาเปลี่ยนทำสัญญากู้ใหม่โดยเอาดอกเบี้ยที่ค้างทบกับต้น ซึ่งเป็นการแปลงหนี้ใหม่ ไม่ใช่กู้ยืม เป็นการสืบนอกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ เป็นเรื่องโจทก์เรียกเงินตามสัญญากู้ที่โจทก์อ้างในฟ้องว่าจำเลยได้ทำให้ไว้ สัญญานี้จะสืบเนื่องมาจากการแปลงหนี้ใหม่หรือไม่ไม่เป็นข้อสำคัญโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์และได้รับเงินไปครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ต่อมานำสืบว่า เอาสัญญากู้รายเก่ามาเปลี่ยนทำสัญญากู้ใหม่ โดยเอาดอกเบี้ย ที่ค้างทบกับต้นเงินรวมเป็นจำนวนเงินกู้ ใหม่ในสัญญาที่โจทก์ฟ้องนั้น เป็นการสืบมูลเหตุที่มาสู่การทำสัญญากู้ สรุปแล้วคงเป็นการสืบข้อเท็จจริงแวดล้อมเพื่อแสดงว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้ตามฟ้องจริงและได้มีการตกลงให้ถือว่าจำเลยได้รับเงินแล้วอย่างไร โจทก์ย่อมนำสืบได้ ไม่ต้องกล่าวอ้างตั้งประเด็นเรื่องแปลงหนี้ ใหม่มาในฟ้อง ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้อง พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2505
นายแสวง สุวรรณมณี โจทก์
นายเข็ม กิจชน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแสวง สุวรรณมณี · จำเลย - นายเข็ม กิจชน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โพยม เลขยานนท์ · ประมูล สุวรรณศร · อรรถไพศาลศรุดี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายจรัส พ่วงภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา