⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 442/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ และคำพิพากษาในคดีที่ฟ้องด้วยวาจาต่อศาลแขวงตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงนั้น ไม่ถือเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และความคลาดเคลื่อนของวันที่กระทำผิดที่ศาลบันทึกไว้ ไม่เป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องผิดจากวันที่เป็นจริงได้

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ผู้ว่าคดีฟ้องจำเลยด้วยวาจาต่อศาลแขวงและจำเลยรับสารภาพ ศาลได้บันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ และทำคำพิพากษาไว้ในบันทึกฉบับเดียวกันตามมาตรา 20 แห่ง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ บันทึกของศาลนี้ไม่เป็นคำฟ้อง ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ตามบันทึกหลักฐานการฟ้องด้วยวาจาที่โจทก์ส่งศาลปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดระหว่างวันที่ 25 ถึง 30 กรกฎาคม 2503 แต่ศาลได้บันทึกว่า จำเลยกระทำผิดเมื่อระหว่างวันที่ 25 ถึง 30 กันยายน 2503 เป็นเรื่องผิดพลาดที่ศาลอาจพลั้งเผลอ ซึ่งไม่เป็นเหตุที่จะหยิบยกขึ้นอ้างว่า โจทก์ฟ้องผิดจากวันที่เป็นจริงได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยด้วยวาจาต่อศาลแขวงพระนครใต้ในวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๐๓ ศาลได้บันทึกคำฟ้องคำรับสารภาพ และทำคำพิพากษาไว้ในบันทึกฉบับเดียวกันตามมาตรา ๒๐ แห่ง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มีความว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๒๕ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๐๓ เวลากลางวัน และกลางคืนติดต่อกัน จำเลยเป็นลูกจ้างของบริษัทซานีซาโต้ จำกัด มีหน้าที่เก็บและรักษาเงินของบริษัทได้เบียดบังยักยอกเอาเงินของบริษัทดังกล่าวไปเป็นเงิน ๑๓,๙๙๓.๒๕ บาท เป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวันจังหวัดพระนคร จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ ดังฟ้อง รับสารภาพลดให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก จำเลยไว้ ๖ เดือน ตามบันทึกหลักฐานการฟ้องด้วยวาจาที่โจทก์ส่งศาลปรากฏว่า จำเลยกระทำผิดระหว่าง วันที่ ๒๕ ถึง ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๐๓ จำเลยจึงอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) เพราะโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ผิดจากวันกระทำผิดตามเป็นจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บันทึกคำฟ้อง คำรับสารภพ และคำพิพากษาของศาล ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณษความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๐เป็นบันทึกของศาลที่บันทึกเอาไว้เอง ไม่ใช่เป็นคำฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ ซึ่งโจทก์ต้องกระทำเป็นหนังสือระบุรายละเอียดดังที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้หลงผิดในเรื่องนี้แต่ประการใด แม้บันทึกของศาลจะผิดพลาดก็เป็นเรื่องที่ศาลอาจพลั้งเผลอ ซึ่งไม่เป็นเหตุที่จะหยิบยกขึ้นมาว่า โจทก์ฟ้องผิดจากวันที่ เป็นจริงได้ ยิ่งกว่านั้น ตามบันทึกหลักฐานการฟ้องด้วยวาจาที่โจทก์ส่งศาลปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดระหว่างวันที่ ๒๕ ถึง ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๐๓ จับจำเลยได้เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๐๓ ชั้นสอบสวนจำเลยรับสารภาพและศาลก็อาศัยบันทึกของพนักงานสอบสวนฉบับนี้เองบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพของจำเลยแล้วพิพากษา ฉะนั้น จะว่า โจทก์ฟ้องผิดวันที่เป็นจริงหาได้ไม่ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2505 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์ นายเล็กหรืองิโง ฟูจิกาวา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ · จำเลย - นายเล็กหรืองิโง ฟูจิกาวา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สารกิจปรีชา · ไชยเจริญ สันติศิริ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวง พระนครใต้ - นายบุญเลิศ เผ่าภิญโญ · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา