⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 846/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเสนอข่าวติชมด้วยความเป็นธรรมจะอ้างเป็นข้อแก้ตัวความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ต่อเมื่อกระทำโดยสุจริตเท่านั้น หากพิสูจน์ได้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำโดยสุจริต จะยกข้อแก้ตัวนี้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อที่จำเลยสู้คดีว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทเพราะเป็นการเสนอข่าวติชมด้วยความเป็นธรรม นั้น จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวได้ต่อเมื่อได้กระทำโดยสุจริตเสียก่อนหากพยานหลักฐานในสำนวนปรากฏว่าจำเลยไม่ได้กระทำโดยสุจริต จำเลยย่อมจะยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นบรรณาธิการผู้โฆษณาและเจ้าของหนังสือพิมพ์เสียงเชียงใหม่ได้บังอาจโฆษณาลงในหนังสือพิมพ์เสียงเชียงใหม่ใส่ความหมิ่นประมาททนายทองดี อิสราชีวิน ด้วยพาดหัวข่าวและข้อความต่าง ๆ อันทำให้ประชาชนผู้อ่านเกิดความดูหมิ่นและเกลียดชัยนายทองดี อิสราชีวิน ได้ทำให้นายทองดี อิสราชีวิน เสื่อมเสียชื่อเสียง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖,๓๒๘,๓๓๒,๘๓ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ จำเลยให้การสู้คดีว่า จำเลยได้ตีพิมพ์ข้อความดังกล่าวในฟ้องลงในหนังสือพิมพ์เสียงเชียงใหม่จริง ข้อความนั้นหาเป็นข้อความหมิ่นประมาททนายทองดีไม่ จำเลยตีพิมพ์เป็นการเสนอข่าวโดยสุจริตใจและติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนและหนังสือพิมพ์ย่อมกระทำกันอยู่ทั่วไป ข้อความนั้นเป็นความจริง ขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลแขวงเชียงใหม่พิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา ๓๒๘ และพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยในสถานหนัก จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อแก้ตัวของจำเลยฟังได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ผู้ว่าคดีโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความที่จำเลยตีพิมพ์โฆษณานั้น อ่านแล้วได้ความว่า โจทก์ร่วมโกงเอาเงินของนายก๋องที่ฝากซื้อปืนไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย จึงเป็นข้อความที่อาจทำให้โจทก์ร่วมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังดังศาลชั้นต้นวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยสู้คดีว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทเพราะเป็นการเสนอข่าวติชมด้วยความเป็นธรรมนั้นศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวได้ต่อเมื่อได้กระทำโดยสุจริตเสียก่อน แต่ตามพยานหลักฐานในสำนวนปรากฏว่า จำเลยกับโจทก์ร่วมไม่ถูกกัน โจทก์ร่วมและจำเลยเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ด้วยกัน มีความคิดเห็นไม่ตรงกันและเคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกันมาแล้ว โดยจำเลยกล่าวหาโจทก์ร่วมต่อผู้ใหญ่และบุคคลอื่น ๆ ไปในทางที่โจทก์ร่วมเสียหาย มาในครั้งนี้นายก๋องมอบเรื่องให้จำเลยซึ่งเป็นทนายความทวงหนี้และจัดการฟ้องร้องให้ จำเลยกลับฉวยโอกาสเอาเรื่องนี้ไปตีพิมพ์โฆษณาและยังใช้คำว่า ส.ส. ซึ่งหมายความถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่อีก ทั้ง ๆ ที่โจทก์ร่วมไม่ได้เป็นแล้ว แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่ได้กระทำโดยสุจริต ดังนั้น จำเลยจึงยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่ากรณีเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วย พิพากษากลับให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2505 ผู้ว่าคดีศาลแขวงเชียงใหม่ โจทก์ นายทองดี อิสราชีวิน โจทก์ร่วม นายพิรุณ อินทราวุธ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงเชียงใหม่ · โจทก์ร่วม - นายทองดี อิสราชีวิน · จำเลย - นายพิรุณ อินทราวุธ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ · สารกิจปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายจรัญ อิศระ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 347/2519ฎีกา 4324/2552ฎีกา 3/2542ฎีกา 1140/2522ฎีกา 117/2529ฎีกา 437/2505ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519ฎีกา 858/2523ฎีกา 933/2493ฎีกา 3553/2550ฎีกา 108/2525ฎีกา 1342/2517ฎีกา 613/2532ฎีกา 4960/2533ฎีกา 8511/2554ฎีกา 2143/2530ฎีกา 1756/2521ฎีกา 1077/2504ฎีกา 990/2508ฎีกา 406/2567ฎีกา 1183/2510ฎีกา 1124/2507ฎีกา 706/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา