⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1271/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1271/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บิดาที่รับรองบุตรนอกกฎหมาย ไม่มีสิทธิรับมรดกของบุตรนั้น แม้บุตรนอกกฎหมายที่ได้รับการรับรองจะมีสิทธิรับมรดกของบิดาก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่บิดากับบุตรเป็นทายาทและมีสิทธิรับมรดกซึ่งกันและกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 นั้น หมายถึงเป็นบิดาและบุตรต่อกันตามกฎหมาย มาตรา 1627 เป็นบทยกเว้นให้บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่บิดาได้รับรองแล้วมีสิทธิได้รับมรดกของบิดา จึงต้องตีความโดยเคร่งครัดมาตรานี้ให้ถือว่าบุตรนั้นเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายย่อมจะถือว่าบิดานั้นเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ บิดาจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของบุตรที่ตนได้รับรองนั้น (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/2506)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1629

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า โจทก์เป็นบิดาของนางสำอางค์ ๆ เป็นเจ้าของที่ดินร่วมกับผู้อื่นอยู่ 1 ใน 4 ของที่ดินโฉนดที่ 867 ราคา 5,000 บาทจำเลยได้นางสำอางค์เป็นภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต่อมานางสำอางค์คลอดบุตรคนหนึ่งชื่อเด็กหญิงเตือนจิต เป็นบุตรที่เกิดแต่จำเลย แต่อยู่ได้ 27 วันก็ตาย ส่วนนางสำอางค์นั้นได้ตายไปเสียก่อนบุตรประมาณ 10 วัน มีหลักฐานทางทะเบียนสำมะโนครัวและสูติบัตรว่า เด็กหญิงเตือนจิตเป็นบุตรจำเลย และมีพฤติการณ์ที่จำเลยแสดงออกหลายประการเป็นการรับรองเด็กหญิงเตือนจิต ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยรับรองว่าบุตรนางสำอางค์ที่เกิดกับจำเลยเป็นบุตรของตนบุตรนี้จึงมีสิทธิรับมรดกจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 และ 1629(1) ฉะนั้น โดยนัยที่กลับกันจำเลยผู้เป็นบิดาก็มีสิทธิรับมรดกของบุตร จำเลยจึงเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินรายนี้ด้วยในฐานะเป็นผู้รับมรดกของเด็กหญิงเตือนจิตทายาทผู้รับมรดกของนางสำอางค์อีกต่อหนึ่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ว่า โจทก์อุทธรณ์ว่าไม่ปรากฏว่าจำเลยได้จดทะเบียนรับรองบุตรตามมาตรา 1526 จำเลยจึงไม่มีสิทธิรับมรดกแทนบุตรนั้น เห็นว่า นอกจากการจดทะเบียนรับรองแล้ว ยังมีการรับรองโดยความประพฤติระหว่างบิดากับบุตรนอกกฎหมายตามมาตรา 1627 และตามฎีกาที่ 826/2492, 446/2493 คดีนี้มีทะเบียนสำมะโนครัวและสูติบัตร คำขอโอนมรดกและมรณบัตรลงว่า เด็กหญิงเตือนจิตเป็นบุตรของจำเลย และจำเลยได้ดูแลเลี้ยงรักษาและทำศพเด็กหญิงเตือนจิตการปฏิบัติของจำเลยเป็นการรับรองบุตรนอกกฎหมาย ซึ่งมีผลให้จำเลยกับเด็กหญิงเตือนจิตรับมรดกจากกันและกันได้ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยเป็นผู้ให้กำเนิดแก่บุตรนางสำอางค์จำเลยกับเด็กนั้น ก็ไม่มีฐานะเป็นบิดาและบุตรต่อกันตามกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 ซึ่งบัญญัติถึงบิดากับบุตรว่าเป็นทายาทซึ่งกันและกันนั้น หมายถึงเป็นบิดาและบุตรต่อกันตามกฎหมายถ้ามิใช่ก็ไม่เป็นทายาท ไม่มีสิทธิรับมรดกซึ่งกันและกัน และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา 1627 เป็นบทบัญญัติวางข้อยกเว้นให้บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่บิดาได้รับรองแล้วให้มีสิทธิได้รับมรดกของบิดา จึงต้องตีความโดยเคร่งครัด มาตรานี้บัญญัติแต่ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายนี้ มิได้บัญญัติให้ถือว่าเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายด้วย หากกฎหมายมุ่งหมายให้ถือว่าเป็นบิดาและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งกันและกัน ก็คงจะระบุไว้เช่นนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิรับมรดกบุตรที่เกิดจากนางสำอางค์ ส่วนโจทก์เป็นบิดาของนางสำอางค์และเป็นตาของบุตรนางสำอางค์ จึงมีสิทธิรับมรดกของนางสำอางค์และบุตรนางสำอางค์แต่ผู้เดียวตามมาตรา 1629 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1271/2506 นายแจ่ม รัศมี โจทก์ นายฟ้อน สุขจรุณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแจ่ม รัศมี · จำเลย - นายฟ้อน สุขจรุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 603/2509ฎีกา 208/2512ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 1924/2523ฎีกา 406/2510ฎีกา 3208/2538ฎีกา 943/2513ฎีกา 2087/2523ฎีกา 1368/2534ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1188/2482ฎีกา 58/2491ฎีกา 372/2510ฎีกา 174/2524ฎีกา 2838/2527ฎีกา 832/2497ฎีกา 1148/2481ฎีกา 111/2528ฎีกา 1937/2526ฎีกา 58/2531ฎีกา 4828/2529ฎีกา 1249/2493ฎีกา 372/2519ฎีกา 3011/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา