⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1482/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1482/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จำเลยย่อมหมดอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนเอง การฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยถูกศาลสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยย่อมหมดอำนาจที่จะทำการใด ๆ เกี่ยวแก่ทรัพย์สินของจำเลย การจัดการรวมทั้งการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยย่อมตกอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะจัดการแต่ผู้เดียว ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย ฯ การที่จะต่อสู้ว่าการทำสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางความจริงที่จำเลยจำนองไว้กับฝ่ายโจทก์นั้น จึงเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะดำเนินการต่อไป และเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงสละข้อต่อสู้ข้อนี้แล้วโดยจำเลยมิได้โต้แย้ง คำแถลงนี้แต่ประการใด จำเลยจะยกข้อนี้ขึ้นมาต่อสู้และจะขอสืบพยานอีกหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.187 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.2 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าของโจกท์และเรียกค่าเช่าที่ค้างเป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การว่า ที่ดินและบ้านพิพาทเป็นของจำเลยโดยจำเลยจำนองที่ดินและบ้านไว้กับโจทก์ แต่ได้ทำนิติกรรมอำพรางเป็นขายฝากไว้โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ จึงไม่มีอำนาจฟ้องและต่อสู้ในข้ออื่น ๆ อีกหลายประการ ก่อนฟ้องคดีนี้ จำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดอยู่แล้ว โจทก์จึงขอให้ศาลแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาดำเนินคดีตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามายื่นคำร้องว่า จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว การที่ศาลจะจำหน่ายคดีนี้เสียเพื่อให้โจทก์ไปใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติล้มละลายต่อไป โจทก์แถลงว่า ขอติดใจดำเนินคดีเฉพาะประเด็นเรื่องขับไล่ต่อไป นอกนั้นขอถอน ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงว่าที่ประชุมเจ้าหนี้ของจำเลยได้ลงมติสละข้อต่อสู้ของจำเลยเรื่องการจำนอง เพราะหลักฐานทางทะเบียนเป็นการขายฝาก เมื่อโจทก์ติดใจดำเนินคดีเฉพาะเรื่องขับไล่เท่านั้น เจ้าพนักงานก็ขอถอนตัวออกจากคดีนี้ทั้งหมด ศาลชั้นต้นเห็นว่าเรื่องขับไล่ไม่เกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของจำเลยจึงอนุญาต ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลว่า เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สละข้อต่อสู้แล้วข้อต่อสู้ของจำเลยที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ได้อีก เมื่ออาคารและที่ดินเป็นของโจทก์ จำเลยไม่มีสิทธิ ครอบครองต่อไป ชอบที่ศาลจะพิพากษาขับไล่จำเลยได้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษาว่า แม้ในเบื้องต้นจะมีการตกลงจำนอง แต่เมื่อโจทก์ขัดข้องจึงตกลงกันใหม่เป็นขายฝาก จำเลยก็ตกลงไปแสดงเจตนาจดทะเบียนเป็นขายฝาก และทำสัญญาเช่ากันไว้ จึงเป็นการตกลงกันเปลี่ยนเจตนาใหม่โดยสุจริตมิได้อำพรางสิ่งใดต่อกัน เมื่อฟังว่าเป็นขายฝาก กรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารตกไปเป็นของโจทก์ จึงให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากเรือนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยจำเลยได้จำนองไว้โดยทำนิติกรรมอำพรางเป็นขายฝาก จำเลยมีสิทธิจะนำสืบพิสูจน์ถึงเจตนาอันแท้จริงได้นั้น ศาลฎีกา เห็นว่า ประเด็นข้อนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยถูกศาลสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยย่อมหมดอำนาจที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวแก่ทรัพย์สินของจำเลย การจัดการรวมทั้งการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยย่อมตกลงอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะจัดการแต่ผู้เดียวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ฯ มาตรา ๒๒ การที่จะต่อสู้ว่าการทำสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางความจริงที่จำเลยจำนองไว้กับนายโห้ (บิดาโจทก์)นั้น จึงเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินการต่อไป เรื่องนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แถลงสละข้อต่อสู้ในเรื่องจำนองเพราะสัญญาทางทะเบียนเป็นการขายฝาก จำเลยมิได้โต้แย้งคำแถลงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ประการใดเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สละข้อต่อสู้แล้ว จำเลยจะยกข้อเหล่านี้ขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้และจะขอสืบพยานอีกหาได้ไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้หยิบยกเหตุและบทกฎหมายขึ้นกล่าวไว้โดยละเอียดถูกต้องแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1482/2506 นายหะยีสอิ๊ด เลาะหมุด โดยนายหมัด เลาะหมุด ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางทาสนา ผดุงทะเบียนกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหะยีสอิ๊ด เลาะหมุด โดยนายหมัด เลาะหมุด ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นางทาสนา ผดุงทะเบียนกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ชวน สิงหลกะ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุจิณ เมฆวิชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ โชติรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 578/2550ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1636/2534ฎีกา 5712/2541ฎีกา 92/2531ฎีกา 4470/2543ฎีกา 70/2518ฎีกา 7966/2544ฎีกา 4282/2536ฎีกา 2709/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา