⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 36/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำการประมาทอย่างไร เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างไร ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย การตายของผู้ตายเป็นผลโดยตรงจากการกระทำโดยประมาทของจำเลย หากการกระทำนั้นเป็นเหตุให้เกิดความตาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประมาทขับรถยนต์ด้วยความเร็ซสูงตามทางโค้งซึ่งเป็นทางลาดชัน และไม่ให้สัญญาณแตรเมื่อจะแซงขึ้นหน้ารถจักรยานผู้ตาย ทั้งผู้ตายยังไม่ให้สัญญาณให้แซงได้ กับจำเลยไม่ขับรถยนต์หลบข้างทางซ้ายซึ่งยังมีทางเหลืออยู่ถึง 7 เมตร เป็นเหตุให้รถยนต์จำเลยชนรถจักรยานผุ้ตาย ดังนี้ ย่อมเป็นฟ้องที่บรรยายเหตุแห่งการประมาทของจำเลยไว้พอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดี และเป็นฟ้องที่สมบุรณ์ตามกฎหมายแล้ว การที่จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทด้วยความเร็วสูงชนท้ายรถจักรยานผู้ตาย ๆ ตกจากรถกระเด็นไปไกล 4 เมตร รุ่งขึ้นมีอาการมึนซึมปวดศีรษะมาก และถึงแก่กรรมหลังจากนั้นเพียง 3 วัน เช่นนี้ ถือได้ว่าผู้ตายตายเพราะการกระทำโดยประมาทของจำเลยโดยตรง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดานายอำนวย ผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้เยาว์ จำเลยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ บังอาจขัรบรถยนต์โดยสารด้วยความประมาทแล่นเข้าเบียดและเฉี่ยวด้านหลังจากรถจักรยานที่นายอำนวยกำลับถีบอยู่ เป็นหเตุให้นายอำนวยกระเด็นตกจากรถจักรยาน ศีรษะกระแทกพื้นดินอย่างแรก หลังจากนั้นนายอำนวยได้ล้มป่วยปวดศีรษะอย่างแรงและถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ตายตกจากรถจักรยานเพราะถูกรถยนต์ของจำเลยชนด้านหลัง แต่หลักฐานพยานโจทก์ยังเป็นที่สงสัยไม่พอฟังว่าผู้ตายถึงแก่กรรมเพราะถูกจำเลยชน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๔ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวน ปรากฎว่าโจทก์บรรยายฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยประมาทขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงตามทางโค้งซึ่งเป็นทางลาดชัด และไม่ให้สัญญาณแตรเมื่อจะแซงขึ้นหน้ารถจักรยานผู้ตาย ทั้งผู้ตายยังไม่ให้สัญญาณให้แซงได้ กับจำเลยไม่ขับรถยนต์หลบทางข้างซ้ายซึ่งยังมีทางกว้างเหลืออยู่ถึง ๗ เมตร เป็นเหตุให้รถยนต์จำเลยชนรถจักรยานผู้ตาย เห็นว่าฟ้องของโจทก์ได้บรรยายเหตุแห่งการประมาทของจำเลยไว้พอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดี และเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ แล้ว การที้ผู้ตายถูกรถยนต์ชนกระเด็นไปศีรษะกระทบพื้นดินดังโจทก์สืบ และเพราะรถยนต์จำเลยวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ชนแล้วผู้ตายกระเด็นไปไกลถึง ๔ เมตร ฉะนั้น ศีรษะผู้ตายจะต้องกระทบพื้นดินอย่งแรงมาก ตามคำนายแก้วบิดาผู้ตายและร้อยตำรวจเอกประธานพนักงานสอบสวนว่า รุ่งขึ้นผู้ตายก็มีอาการมึนซึมและปวดศีรษะมาก และอาการได้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ถึงกับไม่กินไม่นอน และมีอาการไอและอาเจียรเป็นโลหิตแทรก ต่อมาภายหลังถูกรถยนต์จำเลยชนเพียง ๓ วันเศษ ผู้ตายก็ถึงแก่ความตาย ฉะนั้น จึงมีเหตุผลเชื่อได้ว่าผู้ตายตายเพราะการกระทำโดยประมาทของจำเลยโดยตรง พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2506 นายแก้ว รามศิริ บิดานายอำนวย รามศิริ ผู้ตาย โจทก์ นายไฮ้ แซ่ห่ำ จล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแก้ว รามศิริ บิดานายอำนวย รามศิริ ผู้ตาย · จล. - นายไฮ้ แซ่ห่ำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ประมูล สุวรรณศร · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายสวัสดิ์ รอดเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา