⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 484/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าที่มีคำมั่นว่าจะขายเพิ่มเข้ามาเท่านั้น ไม่ใช่สัญญาซื้อขาย จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการซื้อขายโดยสุจริตตามมาตรา 1332 มาใช้บังคับโดยอนุโลมได้

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 เป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีซื้อขาย จะนำมาอนุโลมใช้บังคับแก่กรณีเช่าซื้อไม่ได้ เพราะสัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าที่มีคำมั่นว่าจะขายเพิ่มเข้ามาด้วยเท่านั้น ไม่มีลักษณะเหมือนสัญญาซื้อขาย โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถกับจำเลยที่ 1 โดยทราบดีอยู่แล้วว่ารถเป็นของจำเลยที่ 3 และข้ออ้างที่ว่าจำเลยที่ 3 มอบให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนขายรถคันนี้ก็ฟังไม่ได้ หากว่าได้มีบุคคลใดในห้างจำเลยที่ 1 อ้างต่อโจทก์ว่าจำเลยที่ 3มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ขายรถคันนี้ ก็เป็นการกล่าวอ้างเอาอย่างเลื่อนลอย และโจทก์ก็เชื่อถือด้วยความประมาทเลินเล่อ ดังนี้ โจทก์จะอ้างว่าโจทก์เช่าซื้อมาโดยสุจริตและจะขอให้นำมาตรา 1332 มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1332

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ๑ คันราคา ๓๓,๐๐๐ บาท รถนี้จอดไว้ในห้างจำเลยที่ ๑ เพื่อบอกขายซึ่งเป็นปกติธุระของจำเลย ในการทำสัญญาเช่าซื้อโจทก์มอบให้ร้อยตำรวจเอกฉัตรเป็นผู้ลงนามในฐานะผู้รับเช่าซื้อ ฝ่ายจำเลยมอบให้นายอรรถ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ลงนามในฐานะเป็นตัวแทนให้เช่าซื้อ จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าของให้เช่าซื้อ จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าของรถคันพิพาทโดยทางทะเบียน แต่ได้มอบให้จำเลยที่ ๑, ๒ เป็นตัวแทนซื้อขายรถคันนี้ โจทก์ได้รับมอบรถและชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญากับในงวดต่อมาอีก ๒ งวด รวม ๓๓,๐๐๐ บาท เมื่อชำระครบถ้วนแล้วจำเลยไม่โอนทะเบียนรถยนต์ให้ ขอให้บังคับจำเลยให้โอนทะเบียนรถยนต์ให้ภายใน ๗ วัน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ขาดนัด จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของรถคันพิพาท นายเส็งได้เช่ารถคันนี้ไปจากจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ไม่เคยมอบหมายหรือเชิดให้จำเลยที่ ๑, ๒ เป็นตัวแทนขายรถคันพิพาท ไม่เคยมอบให้รับเงินแทน และสัญญาก็ไม่สมบูรณ์ ขอให้ยกฟ้อง กับฟ้องแย้งกับโจทก์ส่งคืนรถแก่จำเลยที่ ๓ หรือใช้ราคา โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง โดยอ้างด้วยว่าเมื่อโจทก์ได้รับซื้อรถคันพิพาทมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน แลได้รับมอบรถมาครอบครองแล้ว โจทก์จึงมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ส่งคืนรถยนต์แก่จำเลยที่ ๓ หรือใช้ราคา โจทก์อุทธรณ์ ขอให้บังคับจำเลยที่ ๓ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า จะฟังว่าจำเลยที่ ๓ ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ ขายรถคันนี้ยังไม่ได้ หากว่าได้มีบุคคลใดในห้างจำเลยที่ ๑ อ้างต่อร้อยตำรวจเอกฉัตรว่าจำเลยที่ ๓ มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ ขายรถคันพิพาท ก็เป็นการกล่าวอ้างเอาอย่างเลื่อนลอย และร้อยตำรวจเอกฉัตรก็เชื่อถือด้วยความประมาทเลินเล่อ ที่โจทก์อ้างความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๓๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น เห็นว่ามาตรานี้เป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีซื้อขาย จะนำมาอนุโลมใช้บังคับเช่าซื้ออย่างคดีนี้หาได้ไม่ เพราะสัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าที่มีคำมั่นว่าจะขายเพิ่มเข้ามาด้วยเท่านั้น จึงไม่มีลักษณะเหมือนสัญญาซื้อขาย นอกจากนั้นเมื่อตามคำของร้อยตำรวจเอกฉัตรก็แสดงว่าฝ่ายโจทก์ทราบดีอยู่แล้วในวันทำสัญญาเช่าซื้อว่า รถคันพิพาทเป็นรถของจำเลยที่ ๓ มิใช่ของจำเลยที่ ๑, ๒ ประกอบกับข้ออ้างว่าที่จำเลยที่ ๓ มอบให้จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนขายรถคันนี้ ก็ฟังไม่ได้ แต่ฝ่ายโจทก์เชื่อถือเอาอย่างเลื่อนลอยดังได้วินิจฉัยแล้วนั้น โจทก์จะอ้างว่าโจทก์ซื้อรถคันพิพาทมาโดยสุจริตไม่ได้อีกด้วย สรุปแล้ว โจทก์จะอ้างมาตรา ๑๓๓๒ นั้นมาสนับสนุนคดีโจทก์ไม่ได้ เมื่อวินิจฉัยข้ออื่นด้วยแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2506 บริษัทภัณฑาคาร จำกัด โดยร้อยตำรวจเอกฉัตร ขะระสวัสดิ์ เป็นตัวแทนผู้ รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดรถยนต์ โดยนางสาวเฉลา บุษณาวินทร เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ 1 นายอรรถ อินทรเสนา ที่ 2 นายประยงค์ ทองไข่มุก ที่ 3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความเป็นตัวแทนผู้ - บริษัทภัณฑาคาร จำกัด โดยร้อยตำรวจเอกฉัตร ขะระสวัสดิ์ · โจทก์ - รับมอบอำนาจ · เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดรถยนต์ โดยนางสาวเฉลา บุษณาวินทร · ล. - ที่ 1 นายอรรถ อินทรเสนา ที่ 2 นายประยงค์ ทองไข่มุก ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท สุมาวงศ์ · สนิท สุมาวงศ์ · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ · ศาลอุทธรณ์ - นายโกวิทย์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1846/2531ฎีกา 2281/2537ฎีกา 948/2535ฎีกา 3396/2529ฎีกา 3295/2525ฎีกา 15303/2558ฎีกา 782/2541ฎีกา 1736/2503ฎีกา 3350/2542ฎีกา 10700/2546ฎีกา 1508/2550ฎีกา 4164/2530ฎีกา 2575/2546ฎีกา 8290/2540ฎีกา 3365/2566ฎีกา 2303/2534ฎีกา 110/2521ฎีกา 506/2535ฎีกา 1453/2530ฎีกา 1120/2495ฎีกา 4588/2533ฎีกา 3813/2534ฎีกา 596/2545ฎีกา 3272/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา