⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 519/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งประสงค์ต่อผลอย่างหนึ่ง แต่หากผลอีกอย่างหนึ่งอาจเล็งเห็นว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ก็ถือว่าผู้กระทำมีเจตนาต่อผลที่อาจเล็งเห็นนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยบังอาจทำลายทรัพย์ที่ใช้และมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยจำเลยขุดดินทำร่องน้ำ ทำคันนากั้นน้ำ แล้วปักดำข้าวลงในที่สาธารณประโยชน์ ชื่อ "กุดบ้านลาด" เป็นเหตุให้ประชาชนผู้มีสิทธิที่จะใช้ที่สาธารณประโยชน์ เสียหายไร้ประโยชน์ที่จะใช้ร่วมกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 เป็นการแสดงให้เห็นได้ว่า โจทก์ได้ฟ้องหาว่าจำเลยทำลาย ทำให้เสียหาย และทำให้ไร้ประโยชน์อันครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 แล้ว กระทำโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสอง หมายถึงบุคคลกระทำโดยตั้งใจและประกอบด้วยประสงค์ต่อผลอย่างหนึ่งหรืออาจเล็งเห็นผลจากการกระทำนั้นอีกอย่างหนึ่ง ถ้าบุคคลกระทำการใดโดยตั้งใจ แม้ประสงค์ต่อผลอย่างอื่น แต่บุคคลนั้นอาจเล็งเห็นผลจะพึงบังเกิดขึ้นจากการกระทำของตนว่าจะบังเกิดผลอย่างใดแล้ว ก็ถือได้ว่า ผู้นั้นเจตนาต่อการกระทำอันจะบังเกิดผลเช่นนั้น จำเลยมุ่งประสงค์ต่อการทำนาในหนองน้ำสาธารณะ แต่การกระทำของจำเลยเป็นการทำลายหรือทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งหนองน้ำ ซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลที่จะบังเกิดขึ้นดังกล่าว ดังนี้ถือได้ว่า จำเลยมีเจตนาทำลายหรือทำให้เสียหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งหนองน้ำนั้นด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.360

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจทำลายทรัพย์ที่ใช้และมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยจำเลยขุดดินทำร่องน้ำทำคันนากั้นน้ำ แล้วปักดำข้าวลงในที่สาธารณประโยชน์ ชื่อ "กุดบ้านลาด" ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้และมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ เป็นเหตุให้ประชาชนผู้มีสิทธิที่จะใช้ที่สาธารณประโยชน์เสียหาย ไร้ประโยชน์ที่จะใช้ร่วมกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่าที่ที่จำเลยทำไม่ใช่ที่สาธารณะ แต่เป็นที่นาของจำเลยได้ทำมาหลายปีแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ตั้งข้อหาว่าจำเลยทำลายทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างเดียว หาได้ตั้งข้อหาว่าจำเลยทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ด้วยไม่ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปทำนาในกุดบ้านลาด ซึ่งเป็นที่สาธารณะ ทำให้เสื่อมค่าและไร้ประโยชน์ ลงโทษจำเลยมา จึงเป็นการวินิจฉัยนอกคำฟ้อง และเห็นว่า จำเลยทำเพื่อปลูกข้าว ขาดเจตนาทำลาย ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือไม่ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์มีใจความให้เข้าใจได้ว่า โจทก์หาว่าจำเลยขุดดินทำร่องน้ำ ทำคันนาแล้วปักดำข้าวในหนองน้ำสาธารณะ เป็นการทำลายหนองสาธารณะ พร้อมทั้งระบุว่าจำเลยทำลายตัวทรัพย์อย่างไร ส่วนข้อความในฟ้องตอนที่ระบุว่า "เป็นเหตุให้ประชาชนผู้มีสิทธิที่จะใช้ที่สาธารณประโยชน์เสียหายและไร้ประโยชน์ที่จะใช้ร่วมกัน" นั้น ก็เป็นการบรรยายถึงการกระทำของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยบังเกิดผลเสียหายแก่ทรัพย์ที่จำเลยกระทำนั้นอย่างไรต่อไปอีก คำฟ้องของโจทก์จะต้องอ่านประกอบกับข้อความที่บรรยายในตอนต้นซึ่งแสดงให้เห็นความหมายได้ว่า โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำลาย ทำให้เสียหาย และทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ อันเป็นองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ นั่นเอง เรื่องเจตนาของจำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่าเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรค ๒ หมายถึง บุคคกระทำโดยตั้งใจและประกอบด้วยประสงค์ต่อผลอย่งหนึ่งหรืออาจเล็งเห็นผลจากการกระทำนั้นอีกอย่างหนึ่ง ฉะนั้น ถ้าบุคคลกระทำการใดโดยตั้งใจแม้ประสงค์ต่อผลอย่างอื่นแต่บุคคลนั้นอาจเล็งเห็นผลที่จะพึงบังเกิดขึ้นจากการกระทำของตนว่าจะบังเกิดผลอย่างใดแล้ว ก็ถือได้ว่าผู้นั้นเจตนาต่อการกระทำอันบังเกิดผลเช่นนั้นด้วย ฉะนั้น ในคดีนี้ แม้จำเลยจะมุ่งประสงค์ต่อการกระทำนาในหนองนั้น แต่ถ้าการกระทำของจำเลยเป็นการทำลายหนองหรือทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลที่จะพึงบังเกิดขึ้นดังกล่าวแล้ว ก็ได้ชื่อว่าจำเลยมีเจตนาทำลายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าหนองน้ำนี้เป็นหนองสาธารณะ การที่จำเลยเข้าไปขุดดินทำคันนาและปลูกข้าวก็ย่อมทำให้เสื่อมเสียสภาพของหนองน้ำหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งถ้าจำเลยทำเพียงบางส่วนของหนองน้ำ ก็ย่อมเป็นการทำลายทำให้เสียหายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ส่วนหนึ่งของหนองน้ำ แต่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยว่ากุดบ้านลาดเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่ จึงย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้แล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2506 อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ นายบุญมี สีละพัฒน์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ · ล. - นายบุญมี สีละพัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายมาโนช เพียรสนอง · ศาลอุทธรณ์ - นายอินท์ อุดล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 15335-15336/2555ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1958/2526ฎีกา 2890-2891/2519ฎีกา 8366/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา