⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 582/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 582/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
(1) การส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องโดยการปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาหรือที่ทำการงานของจำเลย ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้จำเลยจะย้ายไปทำงานที่อื่น แต่ยังคงพักอาศัยอยู่ที่เดิม (2) - (3) ราษฎรผู้ครอบครองทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ย่อมมีสิทธิดีกว่าราษฎรอื่นที่ไม่ได้ครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

(1) เดิมจำเลยทำงานอยู่ที่แห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี และโจทก์ได้ฟ้องอ้างถิ่นที่อยู่แห่งนี้และเจ้าพนักงานศาลก็นำหมายเรียกและสำเนาฟ้องส่งแก่จำเลย ณ ที่นี้ และพบจำเลย ๆ ไม่ยอมรับ เจ้าพนักงานจึงวางหมายไว้ ถือว่าได้ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องโดยชอบแล้ว ถึงแม้จะปรากฏว่าจำเลยได้ย้ายไปทำงานอยู่อีกแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ยังคงกินอยู่หลับนอนอยู่ที่เดิม (2) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 นั้น จำเลยไม่มีสิทธิอ้างพยานเอกสารมาสืบ (3) ถึงแม้จะปรากฏว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินดังจำเลยว่าก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทอยู่ โจทก์ย่อมมีสิทธิดีกว่าจำเลย เพราะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างราษฎรด้วยกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.67 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.199 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.47 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.48 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกการครอบครองที่ดินคืน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ก่อนนัดพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องว่าไม่รับหมาย เพราะมิได้มีภูมิลำเนาตามฟ้อง การส่งหมายตามฟ้องไม่ชอบ ศาลชั้นต้นไต่สวนจำเลยปากเดียวแล้วสั่งว่า ส่งหมายชอบแล้ว พิจารณาต่อไป พิพากษาให้จำเลยแพ้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ไต่สวนและสั่งใหม่แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งว่าจำเลยมีภูมิลำเนาตามฟ้อง ยกคำร้องและพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีและให้ส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยปฏิบัติงานอยู่ที่เขตก่อสร้างสุระนารายณ์ อำเภอไชยบาดาล จังหวัดลพบุรี ก็จริง แต่ถูกย้ายมาทำงานที่เขตก่อสร้างแก่งคอยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ แม้จะไม่ใช่ย้ายชั่วคราว แต่เจตนาของจำเลยยังคงยึดบ้านพักของจำเลยที่สถานีแก่งเสือเต้น (ตำบลคำพราน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี) เป็นแหล่งภูมิลำเนา ไม่ได้ย้ายทะเบียน และครอบครัว ยังคงกินอยู่หลับนอนที่เดิม เมื่อเจ้าพนักงานศาลนำหมายและสำเนาฟ้องไปส่งให้ที่นี่ก็พบจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมรับ ฉะนั้น ที่จำเลยฎีกาว่า การส่งหมายและสำเนาฟ้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น จึงฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาเห็นต่อไปว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๙๙ วรรค ๒ นั้น ให้สิทธิผู้ขาดนัดอ้างตนเองเป็นพยานได้เท่านั้น จะขยายไปถึงการอ้างพยานเอกสารด้วยไม่ได้ อนึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยโต้แย้งว่าสิทธิครอบครองของโจทก์ในที่พิพาทไม่ชอบ เพราะเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ดังที่จำเลยกล่าว แต่คดีนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งเป็นราษฎรด้วยกัน เมื่อฟังได้ว่าโจทก์ครอบครองที่นี้อยู่ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิดีกว่าจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 582/2506 นายเตย สุวรรณพิทักษ์ ที่ 1 นางสาย สุวรรณพิทักษ์ ที่ 2 โจทก์ หม่อมหลวงเอนก วัชรีวงษ์ ณ อยุธยา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเตย สุวรรณพิทักษ์ ที่ 1 นางสาย สุวรรณพิทักษ์ ที่ 2 · ล. - หม่อมหลวงเอนก วัชรีวงษ์ ณ อยุธยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายประเสริฐ วราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแปล บุณยเกียรติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 9502/2539ฎีกา 1959/2529ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา