⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 623/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในคดีมโนสาเร่ ศาลอาจพิจารณาแต่คำฟ้องอย่างเดียวเพื่อออกหมายเรียกจำเลยได้ และเมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลยังมีอำนาจพิจารณาคดีต่อไปได้แม้จะไม่ได้นัดสืบพยานไว้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลอาจพิจารณาแต่คำฟ้องอย่างเดียว เมื่อเห็นว่าเป็นคดีมโนสาเร่ ก็ออกหมายเรียกจำเลยอย่างคดีมโนสาเร่ได้ทีเดียว ยังไม่ต้องพิจารณาคำแก้คดีด้วย ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากที่ดินอันมีค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 500 บาท การที่โจทก์ขอให้บังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วย ก็เป็นแต่ผลบังคับส่วนหนึ่งของการขับไล่ แม้กระทบถึงอสังหาริมทรัพย์ คือ สิ่งปลูกสร้างของจำเลยด้วย ก็ไม่ทำให้เป็นคดีแพ่งสามัญ เมื่อการขาดนัดยื่นคำให้การเป็นความผิดของจำเลยเองแล้ว จำเลยจะมาโต้เถียงอีกไม่ได้ว่า ศาลสั่งว่าจำเลยขาดนัดเสียก่อนทำให้ไม่มีคำให้การแก้คดีของจำเลยที่จะให้ศาลวินิจฉัยว่าเป็นคดีแพ่งสามัญ ในคดีมโนสาเร่ เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แม้ศาลจะไม่ได้นัดสืบพยานไว้ ศาลก็ยังมีอำนาจดำเนินการพิจารณาดคีในวัดนัดตามหมายเรียกนั้นต่อไปได้ตามมาตรา 193 วรรค 4 และในกรณีที่จำเลยไม่มาศาลก็ยังมีผลเท่ากับจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาด้วยแล้ว ฉะนั้น การที่ศาลแจ้งไปในหมายเรียกด้วยว่าวัดนัดตามหมายนั้นเป็นวัดนัดสืบพยานด้วย จึงไม่ขัดต่อกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.184 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.189 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจเลยเช่าที่ดินตามโฉนดของโจทก์ไปจากโจทก์เป็นเนื้อที่ราว ๖.๒๔ ตารางวา คิดค่าเช่าตารางวาละ ๒ บาทต่อเดือน จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเกินกว่า ๒ ครั้ง และไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป จึงขอให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์ ซึ่งมีราคา ๒,๑๐๐ บาท ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกคดีมโนสาเร่ นัดให้จำเลยมาให้การและนัดสืบพยานในวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๔ เวลา ๘.๓๐ น. ถึงวัดนัด จำเลยไม่มาศาลและมิได้ยื่นคำให้การ เวลา ๙.๐๐ น. ศาลจึงสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ทำการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวเสร็จแล้ว เวลา ๑๓.๑๕ น. จำเลยยื่นคำร้องขอยืดระยะเวลายื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง แล้วพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๓ ศาลอาจพิจารณาแก้คำฟ้องอย่างเดียวโดยยังไม่ต้องพิจารณาคำให้การแก้คดีด้วย ถ้าเห็นว่าเป็นคดีมโนสาเร่ ก็ออกหมายเรียกจำเลยอย่างคดีมโนสาเร่ได้ทีเดียว เมื่อคดีนี้ตามฟอ้งโจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยผู้เช่าออกจากที่ดินที่จำเลยเช่าโจทก์ อันมีค่าเช่าไม่เกินเดือนละห้าร้อยบาท ก็ถือได้ในเบื้องต้นว่าเป็นคดีมโนสาเร่ ตามมาตรา ๑๘๙ (๑) วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ขอให้บังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้งออกไปด้วยนั้นเป็นผลบังคับส่วนหนึ่งของการขับไล่ แม้กระทบถึงอสังหาริมทรัพย์คือสิ่งปลูกสร้างของจำเลยด้วย ก็ไม่เป็นคดีแพ่งสามัญตามมาตรา ๑๘๙ (๑) วรรคสอง ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกเป็นคดีมโนสาเร่ชอบแล้ว การขาดนัดยื่นคำให้การก็เป็นความผิดของจำเลยเองที่ให้การแก้คดีไม่ได้ จะมาฎีกาโต้เถียงไม่ได้ว่าศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดเสียก่อน ตามสำนวนจึงไม่มีคำกล่าวแก้ของจำเลยให้ศาลวินิจฉัยว่าเป็นคดีแพ่งสามัญ ส่วนปัญหาที่ว่าศาลนัดสืบพยานในวันเดียวกับที่หมายเรียกให้จำเลยมาให้การจะเป็นการชอบหรือไม่นั้น เห็นว่าวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ตามมาตรา ๑๙๓ วรรคแรก ต้องการให้ตัวจำเลยมาให้การต่อสู้คดีต่อหน้าศาลตามหมาย ถ้าจำเลยไม่ให้การต่อสู้คดีหรือไม่มาศาล ก็ให้ศาลมีอำนาจถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณาได้ตามมาตรา ๑๙๓ วรรค ๔ และ ๕ เป็นพิเศษต่างหากจากคดีสามัญ ในกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การมาตรา ๑๙๓ วรรค ๔ ให้ศาลมีอำนาจดำเนินการพิจารณาคดีในวันนัดตามหมายเรียกนั้นต่อไปได้ โดยไม่ต้องเลื่อนคดีไปนัดสืบพยานอย่างคดีสามัญตามมาตรา ๑๙๘ หรือ ๑๘๔ เสียก่อน ดังจะเห็นได้ชัดยิ่งขึ้นในเมื่อวรรค ๕ แห่งมาตรา ๑๙๓ นี้เองบัญญัติว่า ถ้าจำเลยไม่มาศาล ให้บังคับตามมาตรา ๒๐๒ คือมีผลเท่ากับว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาด้วย แม้เมื่อศาลไม่ได้นัดสืบพยานไว้ ก็ยังดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปตามวรรค ๔ ได้อยู่แล้วเช่นนี้ ฉะนั้น ที่ศาลแจ้งไปในหมายเรียกด้วยว่าวันนัดตามหมายนั้นเป็นวัดนัดสืบพยานด้วย จึงไม่ขัดต่อกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2506 นายประสงค์ เกษมราษฎร์ โจทก์ นางทรัพย์ สุคันธนาค ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสงค์ เกษมราษฎร์ · ล. - นางทรัพย์ สุคันธนาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายเล็ก มะนุญพร · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1645/2549ฎีกา 1474/2500ฎีกา 911/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 8888/2542ฎีกา 695/2485ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 34/2538ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5098/2550ฎีกา 6880/2538ฎีกา 2051/2536ฎีกา 5441/2546ฎีกา 1592/2521ฎีกา 726/2512ฎีกา 657/2482ฎีกา 728/2548ฎีกา 2971/2522ฎีกา 4378/2531ฎีกา 991/2523ฎีกา 280/2509ฎีกา 8910/2544ฎีกา 3426/2534ฎีกา 256/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา