คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1281/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลสั่งให้จำเลยขาดนัดพิจารณาและงดสืบพยานจำเลยแล้ว จำเลยจะมาคัดค้านภายหลังการพิพากษาไม่ได้ และผู้รับมอบฉันทะจากทนายความไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตัวความ.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ก่อนวันนัดสืบพยานจำเลย ๆ ยื่นคำร้องขอเลื่อนศาลสั่งให้มาพูดกันวันนัด ครั้นถึงวันนัด ่จำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล ศาลสั่งยกคำร้องและถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา
การที่ศาลสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและให้นัดสืบพยานโจทก์ต่อไปนั้น เป็นอันเข้าใจได้ว่า ศาลสั่งตัดหรืองดสืบพยานจำเลยแล้ว
ประเด็นแห่งคดีมี 2 ตอน ซึ่งจำเลยจะสืบแก้ได้ภายหลังอีกนั้น เมื่อศาลสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและให้นัดสืบพยานโจทก์ ศาลสืบพยานโจทก์จนโจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยานต่อไป จำเลยมิได้แถลงขอสืบพยานจำเลยในตอน 2 อีกเลยทั้ง ๆ ที่มีเวลา ดังนี้ จำเลยจะมาคัดค้านเมื่อศาลพิพากษาคดีแล้ว หาชอบไม่
ผู้รับมอบฉันทะจากทนายความให้มาฟังคำสั่งศาลและกำหนดวันนัด จะถือว่าผู้รับมอบฉันทะนั้นเป็นตัวแทนของตัวความหรือทนายความในการดำเนินคดีไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนตัวความ ถือไม่ได้ว่าตัวความหรือทนายตัวความมาศาล
การไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลอาจใช้วิธีสอบถามก็ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากตึกแถว ของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย
จำเลยให้การรับว่า ได้เช่าห้องพิพาทของโจทก์จริง แต่ไม่ได้ทำการค้าและต่อสู้ว่า สัญญาเช่าเป็นโมฆะ และปฏิเสธเรื่องค่าเสียหาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย เดือนละ ๑๖๐ บาท
โจทก์ จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำสืบก่อน จำเลยทราบวันนัดแล้ว ก่อนวันนัด จำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อน ศาลสั่งให้มาพูดกันวันนัด ครั้งถึงวันนัดสืบพยานจำเลย ตัวจำเลยและทนายความไม่มาศาล ๆ สั่งยกคำร้องของจำเลยและถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้สืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ถูกต้องชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาให้สืบพยานโจทก์ต่อไปนั้น เป็นที่เข้าใจว่า ศาลได้สั่งตัดหรืองดสืบพยานของจำเลย
ประเด็นแห่งคดีมี ๒ ตอน ซึ่งจำเลยจะสืบแก้ได้ภายหลังอีกนั้น เมื่อศาลสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและให้นัดสืบพยานโจทก์ ศาลสืบพยานโจทก์จนโจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยานต่อไป จำเลยมิได้แถลงขอสืบพยานจำเลยในตอน ๒ อีกเลยทั้ง ๆ ที่มีเวลา ดังนี้ จำเลยจะมาคัดค้านเมื่อศาลพิพากษาคดีแล้ว หาชอบไม่
นายวิชัยผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยให้มาฟังคำสั่งศาลและกำหนด ได้นำใบมอบฉันทะมายืนต่อศาลภายหลังศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดแล้ว เช่นนี้ถือว่านายวิชัยเป็นตัวแทนตัวความหรือทนายจำเลยในการดำเนินคดีไม่ได้ เพราะอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนตัวความ ถือไม่ได้ว่าตัวความหรือตัวความมาศาล
เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลมิได้เรียกจำเลยเข้าพิจารณาเพื่อไต่สวนคำร้องนี้ แต่ศาลกลับใช้วิธีสอบถามจำเลยเอา เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นว่า การสอบถามก็เป็นการไต่สวนอย่างหนึ่งเหมือนกัน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1281/2502
นายศรีศุกร์ เปาโรหิตย์ โจทก์
นายฟู้เหงี่ยน แซ่ก้วน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศรีศุกร์ เปาโรหิตย์ · จำเลย - นายฟู้เหงี่ยน แซ่ก้วน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถพิศาลโสภณ · ประมูล สุวรรณศร · พิทักษ์มนูศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายธงไชย จาตุรงคกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา