⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1416/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปิดคำคู่ความหรือเอกสารตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคหนึ่ง ต้องกระทำโดยแน่นหนาไม่หลุดง่าย การเสียบไว้ที่มือจับประตูเหล็กยืดที่อาจหลุดปลิวไปได้โดยง่าย ไม่ถือว่าเป็นการปิดโดยชอบ

ย่อคำพิพากษา

การปิดคำคู่ความหรือเอกสารตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคหนึ่ง หมายถึงการนำคำคู่ความหรือ เอกสารไปติดไว้ที่ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของคู่ความ ซึ่งต้องกระทำให้มีลักษณะแน่นหนา ไม่หลุดออกไป โดยง่าย การที่เจ้าพนักงานศาลผู้ส่งเพียงแต่นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง พร้อมหมายนัดสืบพยานโจทก์ไปเสียบไว้ที่เหล็กที่ใช้เป็นมือจับสำหรับปิดเปิดประตูเหล็กยืดที่บ้านจำเลยเท่านั้น ซึ่งอาจหลุดและปลิวไปได้โดยง่าย จึงยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นการปิดคำคู่ความหรือเอกสารโดยชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การและหมายกำหนดวันนัดสืบพยานโดยชอบ จำเลยจึงไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและ ขาดนัดพิจารณา สมควรที่ศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาคดีใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องให้บังคับจำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามสัญญากู้ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและ ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๕๐๐ บาท จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาเนื่องจากจำเลยไม่ทราบว่า ถูกโจทก์ฟ้อง ฟ้องโจทก์ไม่มีมูลหนี้ ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานศาลส่งหมายเรียก สำเนาคำฟ้องและหมายนัดให้จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยโดยชอบแล้ว แต่จำเลยจงใจไม่ยื่นคำให้การและจงใจขาดนัดพิจารณา ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่า จำเลยขาดนัดโดยจงใจ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและ ขาดนัดพิจารณาหรือไม่ ปัญหานี้จำเลยเบิกความว่า จำเลยไม่เคยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายคดีสืบพยานโจทก์คงได้รับแต่เพียงคำบังคับซึ่งเด็กข้างบ้านนำมาให้ ส่วนโจทก์มีนายสุริยัน จันทร์ศิริ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลของศาลชั้นต้นเบิกความเป็นพยานว่า พยานเป็นผู้ไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง หมายนัดสืบพยานโจทก์ และ คำบังคับแก่จำเลย โดยในการส่งทั้งสามครั้งพยานจะนำคำคู่ความหรือเอกสารดังกล่าวไปเสียบไว้ที่เหล็กที่เป็นมือจับสำหรับปิดเปิดประตูเหล็กยืดที่บ้านจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ บัญญัติว่า "ถ้าการส่งคำคู่ความหรือเอกสารนั้นไม่สามารถจะทำได้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตราก่อนศาลอาจสั่งให้ส่งโดยวิธีอื่นแทนได้ กล่าวคือปิดคำคู่ความหรือเอกสารไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักงานการทำงานของคู่ความ?" การปิดคำคู่ความหรือเอกสารตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงการนำคำคู่ความหรือเอกสารไปติดไว้ที่ภูมิลำเนาหรือสำนักงานการทำงานของคู่ความ ซึ่งต้องกระทำให้มีลักษณะแน่นหนา ไม่หลุดออกไปโดยง่าย แต่กรณีนี้เจ้าพนักงานศาลผู้ส่งเพียงแต่นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายนัดสืบพยานโจทก์ไปเสียบไว้ที่เหล็กที่ใช้เป็นมือจับสำหรับปิดเปิดประตูเหล็กยืดที่บ้านจำเลยเท่านั้น ซึ่งอาจหยุดและปลิวไปได้โดยง่าย กรณียังไม่อาจถือได้ว่าเป็นการปิดคำคู่ความหรือเอกสารโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การและหมายกำหนดวันนัดสืบพยานโดยชอบ จำเลยจึงไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา สมควรที่ศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาคดีใหม่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย และยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ โดยกำหนดระยะเวลาให้จำเลยยื่นคำให้การ แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2545 นายสมคิด ชัยยะ โจทก์ นางสาวพรเพ็ญ แซ่อึ้งหรือแซ่อึ๊ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมคิด ชัยยะ · จำเลย - นางสาวพรเพ็ญ แซ่อึ้งหรือแซ่อึ๊ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เจียมจูไร · วิศณุ เลื่อมสำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายเดชา สร้อยสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัชวาล บุนนาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 2181/2519ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 3909/2535ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 4041/2542ฎีกา 5098/2550ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2051/2536ฎีกา 925/2526ฎีกา 2430/2533ฎีกา 5015/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา