⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 694/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำนองที่ดินและบ้านเพื่อเป็นประกันหนี้ หากไม่มีข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ยทบต้น เจ้าหนี้จะคิดดอกเบี้ยทบต้นไม่ได้ ต้องปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 วรรคแรก

ย่อคำพิพากษา

การกู้เงินโดยเอาที่ดินและบ้านมาทำจำนองเป็นประกันหนี้นั้น เมื่อไม่มีข้อตกลงให้เจ้าหนี้ผู้รับจำนองคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ กรณีต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 วรรคแรก ซึ่งห้ามเอาดอกเบี้ยทบเข้ากับต้นเงิน ประเพณีการค้าของธนาคารที่ให้ธนาคารเรียกดอกเบี้ยทบต้นได้นั้น เป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องนำสืบ เมื่อผู้กล่าวอ้างไม่นำสืบก็รับฟังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.655 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอไถ่ถอนจำนองโดยว่า โจทก์กู้เงินจำเลยไป ๕๐,๐๐๐ บาท และได้เอาที่ดินพร้อมด้วยเรือน ๑ หลังจำนองไว้ ดอกเบี้ยค้าง โจทก์จึงต้องเปลี่ยนสัญญาใหม่ โดยเพิ่มดอกเบี้ยกับต้นเงินเป็นเงิน ๙๕,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยแจ้งว่าโจทก์ค้างต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงิน ๑๕๐,๗๑๘.๕๑ บาท โจทก์เห็นว่าเป็นการเกินเลยไปมาก จึงขอชำระเพียง ๑๓๐,๓๒๑.๗๒ บาท และจำเลยได้ยุยงให้มีผู้ซื้อเรือนของโจทก์ โจทก์ต้องเสียหาย จึงขอให้บังคับจำเลยให้โจทก์ไถ่ถอนการจำนองและใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีนี้เป็นกรณีโจทก์เป็นลูกหนี้จำนองฝ่ายเดียว จึงไม่มีหนี้สินที่จะหักทอนบัญชีกัน กรณีต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๕ วรรคแรก ซึ่งห้ามเรียกดอกเบี้ยทบต้น พิพากษาให้จำเลยยอมให้โจทก์ไถ่ถอนการจำนองและคืนเงิน ๒๑,๕๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญากู้โดยการจำนองมิได้มีข้อความปรากฏตกลงกันให้จำเลยคิดดอกเบี้ยทบต้นได้หรือมีข้อตกลงกันเป็นหนังสือแต่ประการใด ทั้งข้อเท็จจริงก็ได้ความว่า โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยแต่ฝ่ายเดียว ไม่มีหนี้สินอะไรที่จะหักกลบลบหนี้ในทางบัญชีเดินสะพัดได้ กรณีต้องปรับด้วยมาตรา ๖๕๕ วรรคแรก ซึ่งห้ามเอาดอกเบี้ยทบเข้ากับต้นเงิน ที่จำเลยฎีกาว่า เป็นประเพณีการค้าของธนาคารเป็นที่รู้กันทั่วไปว่า ให้ธนาคารเรียกดอกเบี้ยทบต้นได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ประเพณีการค้าของธนาคารในกรณีดังกล่าวจะมีอยู่อย่างไรนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องนำสืบ เมื่อจำเลยกล่าวอ้างขึ้นแต่ไม่นำสืบ ก็รับฟังไม่ได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2506 นายเรือน สวัสดิปาณี โจทก์ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โดยนายมนัส ธรรมารักษ์ ผู้จัดการ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเรือน สวัสดิปาณี · ล. - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โดยนายมนัส ธรรมารักษ์ ผู้จัดการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำราญ ศิริพันธ์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายพจน์ บุญเลี้ยง · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 425/2520ฎีกา 1077/2527ฎีกา 8294/2538ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 2880/2545ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 4145/2542ฎีกา 156/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา