⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 101/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2507

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า เพื่อการค้าประเวณี จำเลยบังอาจเข้าไปมั่วสุมในบ้านเลขที่ 169 อันเป็นสถานค้าประเวณี ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 มาตรา 5 ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเข้าไปในบ้านดังกล่าว อันเป็นสถานการค้าประเวณี หยอกล้อ กอดจูบ กับชายหลายคนร่วมกับหญิงอื่นในห้องที่ปิดประตู พอตำรวจไปจับกุม จำเลยก็หลบไปซ่อนในห้องลับกับหญิงที่มั่วสุมค้าประเวณี ดังนี้ฟังได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการเข้าไปมั่วสุมเพื่อการค้าประเวณีอันเป็นความผิดตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 มาตรา 5 แล้ว โจทก์ไม่จำเป็นต้องสืบให้ได้ความว่าจำเลยเคยค้าประเวณี สำส่อนเพื่อสินจ้างมาก่อน เพราะโจทก์มิได้ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยในฐานทำการค้าประเวณีด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 ม.4 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เพื่อการค้าประเวณี จำเลยบังอาจเข้าไปมั่วสุมในบ้านเลขที่ ๑๖๙ ถนนนครไชยศรี อันเป็นสถานการค้าประเวณี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๕ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเข้าไปมั่วสุมในบ้านเลขที่ ๑๖๙ อันเป็นสถานการค้าประเวณี หยอกล้อ กอดจูบ กับชายหลายคนร่วมกับหญิงอื่นในห้องที่ปิดประตู พอตำรวจไปจับกุม จำเลยก็หลบไปซ่อนในห้องลับกับหญิงอื่นที่มั่วสุมค้าประเวณี พิพากษาว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๕(๓) ปรับ ๑๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า เพียงแต่การเข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณีอย่างเดียวไม่เป็นความผิด จะต้องประกอบเพื่อการค้าประเวณีด้วย ซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบว่าจำเลยเคยค้าประเวณีมาก่อน เป็นผู้สำส่อนในทางประเวณีมาแล้ว และเป็นไปเพื่อสินจ้าง จึงจะมีความผิด ศาลฎีกาได้พิเคราะห์บทวิเคราะห์ศัพท์คำว่า การค้าประเวณีในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่เข้าไปหยอกล้อกอดจูบกับชายหลายคนในห้องที่ปิดประตูในสถานการค้าประเวณีเช่นนั้นฟังได้ว่าเป็นการเข้าไปมั่วสุมเพื่อการค้าประเวณี อันเป็นความผิดตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๕ แล้ว โจทก์ไม่จำเป็นต้องสืบให้ได้ความว่าจำเลยเคยค้าประเวณี สำส่อนเพื่อสินจ้างมาก่อน เพราะโจทก์มิได้ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยในฐานทำการค้าประเวณีด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2507 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นางสุวรรณี ศรีวิไล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · ล. - นางสุวรรณี ศรีวิไล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายไชยณัฐ ธีรพัฒนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท สุคนธมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1208/2511ฎีกา 663/2510ฎีกา 2345-2347/2530ฎีกา 1163/2518ฎีกา 4885/2542ฎีกา 6989/2544ฎีกา 2345/2530ฎีกา 508-510/2513ฎีกา 1922-1923/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา