⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1922-1923/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1922-1923/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถูกจับกุมในสถานค้าประเวณีขณะกำลังพูดคุยกับผู้ชายเพียงอย่างเดียว ไม่ถือว่าเป็นการเข้าไปมั่วสุมในสถานค้าประเวณีเพื่อการค้าประเวณีอันจะเป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงที่ปรากฏแต่เพียงว่าจำเลย (ทั้งสอง) ถูกจับในสถานการค้าประเวณีขณะที่กำลังคุยอยู่กับผู้ชาย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำเพื่อการค้าประเวณีแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยเข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณีเพื่อการค้าประเวณีอันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 5(3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันโดยโจทก์ฟ้องมีใจความอย่างเดียวกันว่า เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๑ เวลากลางคืนจำเลยทั้งสองได้กระทำเพื่อการค้าประเวณี โดยเข้าไปมั่วสุมในบ้านเลขที่ ๓๑ ตรอกหลังวัดมหรรณพ์ อันเป็นสถานการค้าประเวณีของนางทองใบ เจริญสุขเหตุเกิดที่ตำบลเสาชิงช้า อำเภอและจังหวัดพระนคร ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทั้งสองถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับได้ในบ้านของนางทองใบ เจริญสุข ซึ่งเป็นสถานกิจการค้าประเวณีในขณะที่จำเลยทั้งสองกำลังอยู่ในบ้านกับผู้ชาย จึงมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาให้ปรับจำเลยคนละ ๒๐๐ บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า เพียงแต่จำเลยทั้งสองเข้าไปในสถานการค้าประเวณีเท่านั้น จะต้องเป็นการค้าประเวณีตามกฎหมายหรือไม่ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองเพียงนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกที่ระเบียงคุยกับผู้ชาย ๒ - ๓ คน โดยไม่ปรากฏว่าคุยกันเรื่องอะไร ไม่มีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการค้าประเวณี จำเลยยังไม่มีความผิด ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยทั้งสองอยู่ในสถานการค้าประเวณีซึ่งมีชาย ๒ - ๓ คนนั่งอยู่ในบ้านนั้นด้วย แม้จะไม่ได้ความว่าจำเลยทั้งสองพูดกับชายนั้นหรือไม่อย่างไร พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ไปมั่วสุมเพื่อการค้าประเวณีมีความผิดตามโจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาว่าจำเลยทั้งสองได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับได้ในสถานการค้าประเวณีในขณะที่จำเลยทั้งสองกำลังคุยอยู่กับผู้ชายโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำเพื่อการค้าประเวณีแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยเข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณีเพื่อการค้าประเวณีอันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕(๓) พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1922 - 1923/2514 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นางลัดดา เมืองมา จำเลย ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นางแอ๋ว บุญส่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นางลัดดา เมืองมา · โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นางแอ๋ว บุญส่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทัย ศุภนิตย์ · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายเฉลิม การปลื้มจิตต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท บริรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 101/2507ฎีกา 1208/2511ฎีกา 2345-2347/2530ฎีกา 2345/2530ฎีกา 508-510/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา