⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2345-2347/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2345-2347/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนั่งรอหรือเตร็ดเตร่อยู่ตามถนนในลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องการติดต่อในการค้าประเวณี ถือเป็นการกระทำความผิดฐานเตร็ดเตร่เพื่อการค้าประเวณี.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสามกับพวกนั่งอยู่ที่รถสามล้อในบริเวณถนนซึ่งเป็นบริเวณที่มีหญิงมาทำการเตร็ดเตร่เพื่อค้าประเวณี ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 23 นาฬิกา มีชายคนหนึ่งเข้ามาพูดจาและพาพวกจำเลยคนหนึ่งออกไปนานราว 30 นาที พวกจำเลยดังกล่าวจึงได้กลับมา จากพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสามกระทำการเตร็ดเตร่หรือคอยอยู่ตามถนนในลักษณะอาการที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องการติดต่อในการค้าประเวณี.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 ม.4 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสามสำนวนโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2527 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสามกระทำการเตร็ดเตร่คอยอยู่ตามบริเวณถนนอู่ทอง ซึ่งเป็นที่สาธารณสถานชักชวนชายให้ร่วมประเวณีกับจำเลยทั้งสาม อันเป็นการเรียกร้องติดต่อเพื่อค้าประเวณีซึ่งเป็นการเปิดเผยน่าอับอายเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชนขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503มาตรา 4, 5 (1) (2) จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 4, 5 (1) (2) ให้ปรับคนละ 1,000บาท จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสามสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...พยานโจทก์ทั้งสองพบเห็นจำเลยทั้งสามกับพวกนั่งอยู่ที่รถสามล้อในบริเวณถนนอู่ทองเวลาประมาณ23 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาดึกมากแล้วและในบริเวณแถวนั้นเป็นที่ที่มีหญิงมาทำการเตร็ดเตร่เพื่อค้าประเวณีตามที่พยานโจทก์ได้รับคำร้องเรียนจากประชาชนและจากการสืบสวนได้ความมา ขณะที่จำเลยกับพวกนั่งอยู่ที่รถสามล้อนั้นมีชายคนหนึ่งเข้ามาพูดจาและพาพวกจำเลยคนหนึ่งออกไปนานราว 30 นาที พวกจำเลยดังกล่าวจึงได้กลับมา จากพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสามกระทำการเตร็ดเตร่หรือคอยอยู่ตามถนนในลักษระอาการที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องการติดต่อในการค้าประเวณี ทั้งจำเลยทั้งสามรับสารภาพต่อผู้จับกุมด้วยข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องที่จำเลยทั้งสามนำสืบต่อสู้ว่าจำเลยทั้งสามได้มาพบกันแล้วได้พูดจาคุยกัน จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับไปดำเนินคดี ไม่มีน้ำหนักและเหตุผลให้หักล้างพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย...' พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2345 - 2347/2530 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง พระนครศรีอยุธยา โจทก์ นาง นกแก้ว หรือ แก้ว วงศ์ แดง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง พระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นาง นกแก้ว หรือ แก้ว วงศ์ แดง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 101/2507ฎีกา 1208/2511ฎีกา 663/2510ฎีกา 1163/2518ฎีกา 4885/2542ฎีกา 6989/2544ฎีกา 2345/2530ฎีกา 508-510/2513ฎีกา 1922-1923/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา