⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1125/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1125/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปจำนำโดยมีเจตนาทุจริต ถือเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอก.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเช่าซื้อจักรเย็บผ้า 1 หลัง จากบริษัทซิงเกอร์โซอิงแมชีน จำเลยต้องส่งเงินค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน ได้ผ่อนชำระมาบ้างแล้ว ที่เหลือจำเลยไม่ยอมชำระ และจำเลยได้นำเอาจักรดังกล่าวไปจำนำเสียที่สถานธนานุบาล โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดยักยอกเบียดบังเอาจักรเป็นอาณาประโยชน์ส่วนตัว ดังนี้ พอแปลความหมายได้ว่าจำเลยเบียดบังเอาจักรเป็นของตนโดยทุจริต อันเป็นองค์สำคัญในความผิดทางอาญาฐานยักยอกแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำผิดทางอาญาฐานยักยอกโดยสมบูรณ์ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อหาแล้ว ศาลก็ลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.252 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ จำเลยเช่าซื้อจักรเย็บผ้ายี่ห้อซิงเกอร์ ราคา ๔,๐๘๐ บาท จากบริษัทซิงเกอร์โซอิงแมชีน สาขานครราชสีมา โดยจำเลยต้องส่งเงินค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือนเดือนละ ๑๒๐ บาท จำเลยผ่อนชำระมาแล้ว ๙๖๐ บาทคงเหลือ ๓,๑๒๐ บาท จำเลยไม่ยอมชำระ และจำเลยได้นำเอาจักรหลังดังกล่าวไปจำนำเสียที่สถานธนานุบาลจังหวัดนาครราชสีมาเป็นเงิน ๑,๔๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนแรกทีจำเลยเริ่มเช่าซื้อ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดยักยอกเบียดบังเอาจักรนั้นไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว เหตุเกิดที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อหา ไม่ต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าคำบรรยายฟ้องเป็นเรื่อง+ในทางแพ่ง คดีไม่เป็นยักยอก+ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำบรรยายฟ้องครบองค์ความผิดฐานยักยอกแล้ว เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ไม่ต่อสู้คดีอย่างใด ก็ต้องมีความผิดฐานยักยอก พิพากษากลับว่าจำเลยผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๕๒ จำคุก ๖ เดือน ลดรับสารภาพกึ่งตามาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว อันสัญญาเช่าซื้อนั้น คือสัญญาเช่าที่เจ้าของทรัพย์สินให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราววในเรื่องนี้จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่ายังชำระเงินให้ไม่ครบกรรมสิทธิ์ในจักรที่เช่ายังเป็นของบริษัทซิงเกอร์โซอิงแมชีน จำกัด ผู้ให้เช่าอยู่ ในระหว่างนั้นจำเลยครอบครองจักรไว้ในฐานะผู้เช่า การที่จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าแล้วนำจักรไปจำนำเสียนั้น เป็นผิดสัญญาทางแพ่งก็จริงอยู่ แต่มิใช่ว่าการผิดสัญญาทางแพ่งเช่นนี้ไม่อาจจะเป็นผิดในทางอาญาเสียเลยทีเดียวก็หาไม่ หากว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเสียก็ย่อมเป็นความผิดทางอาญาฐานยักยอกอีกด้วย ตามนัยฎีกา ๑๑๖๕/๒๔๖๘ โจทก์กล่าวความมาในฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดยักยอกเบียดบังเอาจักรเป็นของตนโดยทุจริต อันเป็นองค์สำคัญในความผิดทางอาญาฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ แล้ว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ยืนยันข้อเท็จจริงหว่า จำเลยได้กระทำความผิดทางอาญาฐานยักยอกโดยสมบูรณ์ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อหาแล้ว จะฟังข้อเท็จจริงเป็นอื่น เป็นต้นว่าจำเลยไม่ทุจริตหรือจำเลยไม่เบียดบังเอาทรัพย์เป็นของตนไม่ได้ จำเลยมีความผิดตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1125/2507 ผู้ว่าคดีศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์ นางเนื่อง แพงกระโพก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงนครราชสีมา · ล. - นางเนื่อง แพงกระโพก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนครราชสีมา - นายชวลิต สุขสบาย · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา