⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 187/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจับในที่รโหฐานในเวลากลางคืนโดยไม่มีหมายจับ จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่งเท่านั้น หากความผิดที่ถูกกล่าวหามีลักษณะเป็นความผิดลหุโทษ และผู้ถูกจับมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ปรากฏว่าจะหลบหนีต่อไป การจับโดยไม่มีหมายจับในกรณีดังกล่าวจะถือว่าไม่มีอำนาจ และผู้ถูกจับย่อมมีสิทธิกระทำการป้องกันตามสมควรแก่เหตุได้

ย่อคำพิพากษา

การจับในที่รโหฐาน ในเวลากลางคืนโดยไม่มีหมายจับนั้น เมื่อพฤติการณ์ปรากฎว่าความผิดซึ่งหน้าซึ่งจำเลยผู้ถูกจับได้กระทำแล้วหลบหนีเข้าไปเป็นเพียงความผิดฐานลหุโทษ ตำรวจผู้จับรู้จักจำเลยและหลักแหล่งของจำเลยมาก่อน ทั้งไม่ปรากฎว่าจำเลยจะหลบหนีต่อไป เช่นนี้ ก็ไม่เป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46(2) จ่าสิบตำรวจ สิบตำรวจโท และพลตำรวจ จึงไม่มีอำนาจเข้าไปจับ การเข้าไปจับโดยไม่มีอำนาจเช่นนี้ จำเลยย่อมกระทำการป้องกันได้ และเมื่อไม่เกินสมควรแก่เหตุ จำเลยก็ไม่มีความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.81 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.92 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายอาญา ม.140 ประมวลกฎหมายอาญา ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเสพสุราจนเป็นเหตุให้ตนเมาประพฤติวุ่นวายขณะอยู่ในถนนสาธารณะ และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิด ๑ นัด โดยใช่เหตุในหมู่บ้านชุมชนและในท้องถนนสาธารณะ จ่าสิบตำรวจอาจ สิบตำรวจโทมานิตย์ พลตำรวจเจริญ พบเห็นการกระทำผิดซึ่งหน้าของจำเลยดังกล่าว จึงเข้าทำการจับกุมเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนอันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยบังอาจต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้อาวุธมีดโต้ปลายตัดพยายามจะฟันทำร้ายพลตำรวจเจริญ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘,๑๔๐,๒๙๖,๘๐,๓๗๖,๓๗๘,๙๑ และริบมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดลำปางพิพากษาว่าจำเลยยิงปืนในหมู่บ้านโดยใช่เหตุ ผิดมาตรา ๓๗๖ จำคุก ๑๐ วัน ข้อหาอื่นให้ยก คืนมีดของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดมาตรา ๓๗๘ ด้วยแต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๗๖ ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด นอกนั้นยืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อวินิจฉัยมีว่า จ่าสิบตำรวจอาจ สิบตำรวจโทมานิตย์ พลตำรวจเจริญ มีอำนาจจับจำเลยในที่รโหฐานในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องมีหมายจับได้หรือไม่ พิเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๑(๑),๙๒(๓) และ ๙๖(๖) แล้วเห็นว่าแม้จำเลยได้กระทำผิดซึ่งหน้า และขณะถูกไล่จับหนีเข้าไปในบ้านก็ตาม แต่ความผิดทีจำเลยกระทำก็เป็นแต่เพียงควมผิดฐานลหุโทษซึ่งมีโทษเล็กน้อย จ่าสิบตำรวจอาจ พลตำรวจเจริญ รู้จักจำเลยมาก่อน และรู้ว่าบ้านนั้นเป็นของจำเลยเป็นอย่างดี เท่ากับรู้จักหลักแหล่งของจำเลยแล้ว ไม่ปรากฎว่าจำเลยจะหลบหนีต่อไป ฉะนั้น พฤติการณ์ดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ถือว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา ๙๖(๒) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จ่าสิบตำรวจอาจ สิบตำรวจโทมานิตย์ พลตำรวจเจริญ หามีอำนาจเข้าไปจับกุมจำเลยในบ้านเรือนของจำเลยไม่ การติดตามเข้าไปจับกุมจำเลยในบ้านเรือนจำเลยโดยไม่มีอำนาจเช่นนั้น จำเลยย่อมจะกระทำการเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้ และการกระทำของจำเลยที่จะเงื้อมีดจะฟันตำรวจเหล่านี้ ก็ยังฟังไม่ได้ว่าเกินสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2507 อัยการจังหวัดลำปาง โจทก์ นายกา ทาแดง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดลำปาง · ล. - นายกา ทาแดง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายจันทร์ ระรวยทรง · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สิริสาลี นายไสว เสนาขัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1560/2529ฎีกา 180/2554ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 11720/2555ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531ฎีกา 643/2531ฎีกา 3159/2532ฎีกา 490/2542ฎีกา 1189/2537ฎีกา 1530/2512ฎีกา 76/2466ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา