⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 272/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานรับของโจร โดยวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าของกลางเป็นของผู้เสียหาย ย่อมมีผลให้ศาลไม่สามารถสั่งคืนของกลางแก่ผู้เสียหายได้ และผู้เสียหายต้องไปดำเนินการฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกคืนทรัพย์สินต่อไป

ย่อคำพิพากษา

อัยการโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษจำเลยและคืนของกลางให้ผู้เสียหาย ศาลล่างวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ถนัดว่าของกลางเป็นของผู้เสียหาย จึงพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง และไม่สั่งคืนของกลางให้ผู้เสียหาย แต่ให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง ดังนี้ย่อมเป็นประโยชน์ดีแก่ผู้เสียหายอยู่แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายลักกล้วยไม้ของนายสุพจน์ไป รวม ๒๑ กระถาง ราคา ๗๐๐ บาท กับกระบวยรดน้ำราคา ๑๕ บาทต่อมาเจ้าพนักงานจับได้กล้วยไม้ ๑๗ กระถางกับกระบวยรดน้ำที่ถูกลักไปได้จากบ้านจำเลยเป็นของกลาง ทั้งนี้ โดยจำเลยลักไป หรือได้บังอาจรับกล้วยไม้ ๑๗ กระถางกับกระบวยรดน้ำ รวมราคา ๖๓๕ บาท อันได้มาโดยการลักทรัพย์ไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕,๓๕๗ คืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์ และให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนอีก ๘๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้ว่าของกลางนี้พระภิกษุทิ้งยกให้จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ของกลางต่างฝ่ายยังเถียงกรรมสิทธิ์กันอยู่ ให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ในปัญหาเรื่องของกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลล่างพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ว่าพยานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ถนัดว่าของกลางเป็นของผู้เสียหาย เมื่อข้อเท็จจริงในคดีอาญาเป็นเช่นนี้ จึงไม่ใช่ลักษณะที่ศาลจะแน่ใจว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น และในกรณีเช่นนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ ห้ามมิให้พิพากษาลงโทษ ศาลล่างจึงพิพากษายกฟ้อง และจึงไม่สั่งคืนของกลางให้ผู้เสียหาย แต่ให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง ที่โจทก์ฎีกาว่าในคดีหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจร แล้วมีปํญหาเถียงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของกลาง ศาลควรจะวินิจฉัยชี้ขาดว่าทรัพย์พิพาทเป็นของฝ่ายใด ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลล่างฟังว่าพยานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ถนัดว่าของกลางเป็นของผู้เสียหาย และเมื่อโจทก์แถลงว่าหมดพยาน การที่ศาลพิพากษาให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง จึงย่อมเป็นประโยชน์ดีแก่ผู้เสียหายอยู่แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2507 อัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายจีระศักดิ์ เกตุจุมพล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดปทุมธานี · ล. - นายจีระศักดิ์ เกตุจุมพล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายบัญญัติ สุชีวะ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสาคร โรจนเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 185/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 5702/2533ฎีกา 435/2535ฎีกา 2724/2519ฎีกา 413/2536ฎีกา 1211/2481ฎีกา 920/2480ฎีกา 47/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา