⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 300/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 300/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความลงชื่อในฟ้องคดีอาญาแทนโจทก์ โดยที่โจทก์ไม่ได้ลงชื่อเอง ถือเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เว้นแต่โจทก์จะให้สัตยาบันหรือแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องให้ถูกต้อง.

ย่อคำพิพากษา

ทนายความซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นทนายโจทก์และให้มีอำนาจ "ดำเนินกระบวนพิจารณา ประนีประนอมยอมความ ถอนฟ้อง สละสิทธิหรือใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกา" ได้ลงลายมือชื่อในฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาแทนโจทก์ เช่นนี้ คำฟ้องคดีส่วนอาญาจึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(7) โจทก์ชอบที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา 163,164 จะถือว่าการที่โจทก์ได้สาบานตัวเบิกความต่อศาลยืนยันว่าโจทก์เป็นผู้ฟ้องจำเลยและในชั้นอุทธรณ์โจทก์ลงชื่อในท้ายอุทธรณ์นั้น เป็นการให้สัตยาบันว่า โจทก์มอบอำนาจให้ทนายความฟ้องคดีส่วนอาญาแล้วไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจยื่นคำร้องและให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานในการขอจับจองที่ดินว่า ที่ที่ขอจับจองเป็นที่รกร้างว่างเปล่า อันเป็นเท็จความจริงเป็นที่ดินของโจทก์ จำเลยก็รู้อยู่แล้ว กับจำเลยยื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดให้สั่งห้ามมิให้อำเภอทำการซื้อขายที่ดินของโจทก์ดังกล่าวให้นายดำรงค์ อันเป็นการละเมิดและรอนสิทธิของโจทก์ ทำให้เสียหายขาดประโยชน์ค่าขายที่ดินและค่าทำคันนา ๙,๐๒๑.๕๐ บาท ขอให้ลงดทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗,๑๗๒,๑๗๓,๑๗๔,๙๐,๙๑ และแสดงว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง กับให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งในจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง จนกว่าโจทก์ได้รับเงินจากผู้ซื้อ ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นป่า จำเลยไม่ได้กระทำผิด ฟ้องเคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตัวโจทก์มิได้ลงลายมือชื่อในฟ้อง คงมีแต่ทนายโจทก์เป็นผู้ลงชื่อในช่องโจทก์ ฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ในส่วนอาญา และฟังไม่ได้ว่าจำเลยละเมิด ที่พิพาทยังเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘(๗) โจทก์ต้องลงลายมือชื่อในฟ้องด้วยตนเอง ทนายโจทก์จะเป็นผู้ลงชื่อแทนไม่ได้ และการที่โจทก์ลงชื่อในใบแต่งทนายระบุว่า ขอแต่งให้นายณรงค์ วงศ์สกล เป็นทนายความให้มีคอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณา ประนีประนอมยอมความ ถอนฟ้อง สละสิทธิหรือใช้สิทธิในการอุทธรณ์ - ฎีกา นั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินคดีหลังจากยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว มิใช่เป็นการปฏิบัติเกี่ยวกับการฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณามาตรา ๑๘(๗) อ้างฎีกาที่ ๔๓๕/๒๔๘๓ และที่ ๖๑๘/๒๔๙๐ และเห็นว่า เมื่อฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๓,๑๖๔ จะถือว่าการที่โจทก์สาบานตัวเบิกความต่อศาลยืนยันว่าโจทก์เป็นผู้ฟ้องจำเลยและ การที่โจทก์ลงชื่อในท้ายอุทธรณ์ เป็นการให้สัตยาบันว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้ทนายฟ้องแล้วหาได้ไม่ ในส่วนแพ่งฟังว่า ที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ จำเลยไม่ได้ละเมิด พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 300/2507 นายผาน ทัศคร โจทก์ นายวิกรานต์ โสตถิสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผาน ทัศคร · จำเลย - นายวิกรานต์ โสตถิสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุทิน นนทแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายเชิญ สินธุนาวา.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา