คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 500/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฟ้องคดีโดยระบุข้อหาละเมิด แต่เนื้อหาคำฟ้องเป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืนจากการผิดสัญญาตัวแทน จะนำอายุความ 1 ปีมาใช้บังคับไม่ได้
* การเพิ่มจำนวนผู้ค้ำประกันขึ้น หาทำให้ผู้ค้ำประกันคนเดิมพ้นความรับผิดไม่
* สัญญาค้ำประกันหนี้ที่ลูกจ้างไม่ปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนจนนายจ้างเสียหาย โดยผู้ค้ำประกันยอมรับผิดนั้น ไม่ใช่หนี้ที่ต้องชำระ ณ เวลาที่กำหนดแน่นอน จึงไม่อาจนำมาตรา 700 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาปรับใช้บังคับได้
* สัญญาค้ำประกันที่ไม่ได้จำกัดจำนวน จะนำราคาหลักทรัพย์ที่ระบุไว้ในสัญญามาจำกัดความรับผิดไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องระบุข้อหาหรือฐานความผิดว่าละเมิด แต่เนื้อแท้ของคำฟ้องเป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืนในกรณีผิดสัญญาตัวแทนจะนำอายุความ 1 ปีมาเป็นข้อตัดฟ้องไม่ได้
การเพิ่มจำนวนผู้ค้ำประกันขึ้นหาทำให้ผู้ค้ำประกันคนเดิมพ้นความรับผิดไม่
ค้ำประกันหนี้กรณีที่ลูกจ้างไม่ปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนตามระเบียบของนายจ้างทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายผู้ค้ำประกันยอมรับผิดนั้นเป็นการค้ำประกันหนี้ที่ไม่มีลักษณะจะต้องชำระ ณ เวลากำหนดแน่นอนอันจะผ่อนเวลากันได้ จึงนำมาตรา 700 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาปรับแก่กรณีนี้ไม่ได้ และแม้จะมีบันทึกของลูกหนี้ให้ไว้ก็เพียงแต่กำหนดเวลาให้เป็นที่แน่นอนหลังจากมีหนี้เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น
สัญญาค้ำประกันที่ไม่ได้จำกัดจำนวนจะเอาราคาหลักทรัพย์ที่ระบุไว้ในสัญญาค้ำประกันมาจำกัดความรับผิดไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทนครหลวงประกันชีวิตแห่งประเทศไทย จำกัด โดยนายสัญญา ยมะสมิต และนายมงคล ศรียานนท์ กรรมการ · จำเลย - นายโกมล โกศัลวิตร ที่ 1, นายผดุง โกศัลวิตร ที่ 2, นายมนัส โกศัลวิตร ที่ 3, · จำเลย - นายสมจิตต์ พรหมสิงห์ ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | การุณย์นราทร · ยง เหลืองรังษี · พร สุขารมณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา