คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาว่าจ้างทนายความให้ดำเนินคดีมรดกจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เป็นสัญญาจ้างทำของที่ทนายความมีหน้าที่ต้องดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และมีสิทธิเรียกค่าจ้างได้เมื่อดำเนินคดีเสร็จสิ้น หากฟ้องคดีภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด.
ย่อคำพิพากษา
สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ ถ้าได้มีการตกลงว่าจ้างกันให้ทนายความดำเนินการเรียกร้องมรดกที่ตัวความมีส่วนได้ทนายความผู้นั้นมีหน้าที่ต้องว่าความดำเนินการเรียกร้องมรดกรายนี้ตลอดไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เมื่อไม่ปรากฏว่าตัวความบอกเลิกสัญญาและการเรียกร้องมรดกรายนี้ได้ดำเนินการต่อเนื่องกันมาหลายคดี เพิ่งเสร็จสิ้นเอาคดีสุดท้ายโดยตัวความไม่มาติดต่อแต่งตั้งให้เป็นทนายความอีกดังเช่นคดีก่อน ทนายความฟ้องเรียกค่าจ้างว่าความได้ตามสัญญาถ้านำคดีมาฟ้องยังไม่เกิน 2 ปีนับแต่สิ้นคดีสุดท้าย คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงสัตถยุทธชำนาญ · จำเลย - เด็กชายสุพจน์ สิดตะวิบูล เด็กหญิงพรรณี สิดตะวิบูล เด็กหญิงญ.หญิง สิดตะวิบูล เด็กชายฌ.กะเฌอ สิดตะวิบูล · จำเลย - โดยนายยอดรักษ์ สิดตะวิบูล บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท สุมาวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · มณี ชุติวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา