⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 91/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีล้มละลายหลังจากคดีแพ่งถึงที่สุดแล้ว ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ หากคดีแพ่งชี้ขาดเพียงว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ ส่วนคดีล้มละลายมีประเด็นวินิจฉัยว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์นำเจ้าพนักงานยึดทรัพย์ของจำเลย แต่มีผู้ร้องขัดทรัพย์ ทรัพย์ที่เหลือไม่พอชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย การฟ้องเช่นนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะคดีแพ่งซึ่งถึงที่สุดไปแล้วนั้นเป็นเรื่องชี้ขาดว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ ส่วนคดีนี้มีประเด็นว่า เมื่อจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาแล้ว จำเลยเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว ควรตกเป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่ การวินิจฉัยคดีทั้งสองนี้มิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดเชียงราย คดีแดงที่ ๘/๒๕๐๑ ซึ่งพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์เป็นเงิน ๖๖,๗๐๔.๐๘ บาทและศาลฎีกาได้พิพากษาแล้ว คดีถึงที่สุด โจทก์จึงได้นำยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสาม ได้มีผู้ร้องขัดทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ มีทรัพย์ไม่พอชำระหนี้ จำเลยทั้งสามจึงเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสามต่อสู้ว่า มีทรัพย์สินพอใช้หนี้ ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม และเป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ได้มีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดแล้ว ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินให้โจทก์ ๖๘,๐๐๐ บาทถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒,๓ ร่วมกันชำระหนี้นั้นแก่โจทก์แทนจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสามไม่ได้ชำระหนี้ดังกล่าว โจทก์จึงบังคับคดีโดยขอยึดทรัพย์แต่ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดมีผู้ร้องขัดทรัพย์เสียเป็นส่วนมาก โจทก์จึงฟ้องคดีล้มละลาย ปัญหามีว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ซ้ำคดีแพ่งหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีแพ่งซึ่งถึงที่สุดไปแล้วนั้น เป็นเรื่องชี้ขาดว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ ส่วนคดีนี้มีประเด็นว่า เมื่อจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาคดีแพ่งนั้นแล้ว จำเลยเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว ควรตกเป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่ การวินิจฉัยคดีสองเรื่องนี้มิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน คดีนี้จึงไม่ใช่เป็นการฟ้องซ้ำคดีแพ่งเรื่องก่อน พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแก่โจทก์หนึ่งร้อยห้าสิบบาท โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2507 สหกรณ์ขายข้าวเชียงราย จำกัดสินใช้ โดยนายประจวบ ขะพลพรรค ประธาน กรรมการ นายถา อารีย์ เหรัญญิก โจทก์ นายประยูร วิมุกตาคม กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความประธาน - สหกรณ์ขายข้าวเชียงราย จำกัดสินใช้ โดยนายประจวบ ขะพลพรรค · โจทก์ - กรรมการ นายถา อารีย์ เหรัญญิก · ล. - นายประยูร วิมุกตาคม กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายปชา นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5399/2550ฎีกา 7249/2540ฎีกา 911/2548ฎีกา 2660/2531ฎีกา 5355/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5969/2559ฎีกา 8888/2542ฎีกา 2568/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4339/2534ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 34/2538ฎีกา 2900/2543ฎีกา 1646/2519ฎีกา 2099/2532ฎีกา 2230/2544ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1503/2539ฎีกา 623/2506ฎีกา 3778/2542ฎีกา 8716/2550ฎีกา 3733/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา